คอลัมน์ ต้น...ทางฟุตบอล by ต้น วโรดม : ท็อป 4 ที่รัก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คอลัมน์ ต้น...ทางฟุตบอล by ต้น วโรดม

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ท็อป 4 ที่รัก

          ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คู่บิ๊กแมทซ์อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปะทะ ลิเวอร์พูล จบลงไปด้วยผลเสมอกัน 1-1 แบบชนิดที่หายใจไม่ทั่วท้องทั้งกองเชียร์และกองแช่ง เพราะแม้สกอร์จะมีการยิงประตูรวมกันแค่ 2 ประตู แต่รูปเกมตลอด 90 นาทีบวกกับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มันชวนให้ลุ้นชนิดที่ว่านั่งแทบไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว จังหวะ “วืด” เหน่งๆหน้าปากประตูของอดัม ลัลลาน่า กลายเป็นมีมล้อเลียนกันในโลกโซเชียลกันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฝั่งเจ้าบ้านก็ไม่ใช่วันที่ดีของเซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ที่มีโอกาสยิงตลอดทั้งเกม 5 ครั้ง ทั้งจ่อและไม่จ่อ แต่ทำได้แค่ประตูเดียว และเมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้เท่ากับว่าฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์ ทำสถิติสุดหรู ไม่แพ้ทีมในกลุ่ม “ท็อป 6” เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี (ครั้งสุดท้ายที่ทำได้คือ ฤดูกาล 1995/96) กดไป 20 คะแนน (ชนะ 5 เสมอ 5) คว้าจ่าฝูงมินิลีกอย่างไม่เป็นทางการไปได้

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ท็อป 4 ที่รัก

          เป็นเรื่องตลกร้ายที่หากมองตารางกลับด้าน ผลการแข่งขันเจอกับทีม “ท็อป 6 จากท้ายตาราง” ลิเวอร์พูลกลับคว้าคะแนนได้แค่ 19 คะแนนเท่านั้น น้อยกว่าเจอทีมระดับบนด้วยกันเสียอีก และนี่คือเหตุผลที่ทำไมลิเวอร์พูลถึงต้องมาดิ้นรนลุ้นพื้นที่ท็อป 4 แบบเสียวสันหลังวาบอยู่ในขณะนี้ แทนที่จะลอยลำสวยๆเหมือนเชลซีที่แม้ผลงานเจอกับทีมท็อป 4 ด้วยกันเองไม่ได้ดีมาก แต่รับประกันเรื่องการตบเด็กได้แทบ 100%  ในขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายหลังจากตกรอบยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ไปแบบพลิกล็อค ความหวังเดียวของพวกเขาในการกลับไปเล่นในถ้วยใบใหญ่สุดของทวีปยุโรปให้ได้ คือ การเกาะอยู่ในท็อป 4 เท่านั้น ผลเสมอในเกมนี้แม้จะทำให้ทำคะแนนบี้สเปอร์ส ทีมอันดับ 2 ไม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังมีโอกาสอันดีที่จะเกาะติด 1-4 ไปจบจนฤดูกาล

          ในขณะที่แมนฯซิตี้ และลิเวอร์พูลเสมอกันเอง บรรดาทีมท็อป 6 ทีมอื่นอย่างเชลซี, สเปอร์ส และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างพาเหรดกันคว้าชัยชนะกันได้ครบถ้วน จะมีแค่ทีมเดียวเท่านั้นที่พลาดท่าก็คือ อาร์เซน่อล ที่ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะทำอะไรผิดที่ผิดทางไปหมด เกมล่าสุดก็พลาดท่าพ่ายแก่เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไป 3-1 ทำให้แมนฯยูไนเต็ดสามารถแซงอาร์เซน่อลขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ได้สำเร็จ หลังจากรั้งอยู่อันดับ 6 มานานกว่า 100 วัน ในที่สุดวันปลด 6 ก็มาถึง แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีโปรแกรมเตะตกค้างอยู่ในมืออีก 2 เกม ซึ่งถ้าชนะทั้ง 2 เกมได้ พวกเขาจะแซงทีมเพื่อนรักอย่างลิเวอร์พูลขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ถีบลิเวอร์พูลลงมาหลุดโควต้าท็อป 4 แบบนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้สาวกเร้ด อาร์มี่ จะกิ๊บก๊าบ อยากเตะนัดตกค้างกันเสียเหลือเกิน

          อย่างที่ผมเกริ่นไปข้างบนการขับเคี่ยวแย่งพื้นที่ 1-4 ของศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ เป็นอะไรที่ดุเดือดและน่าสนุกมาก จาก 6 ทีมชั้นนำระดับบิ๊ก จะมีแค่อันดับ 1-4 เท่านั้น ที่จะได้โควต้าเข้าร่วมการแข่งขันศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยรายได้อันมหาศาล ชื่อเสียง รวมถึงเกียรติยศที่จะเข้ามาประดับสโมสร นั่นทำให้ไม่มีใครอยากจะพลาดในการเข้าร่วมชิงชัยในบอลถ้วยยุโรปถ้วยนี้ ณ เวลานี้ เชลซี อาจจะเป็นแค่ทีมเดียวเท่านั้นที่สามารถรับประกันได้ว่าพวกเขาน่าจะตีตั๋วขึ้นรถไปบอลยุโรปแล้ว หลังทำคะแนนฉีกหนีชาวบ้านชาวช่องไปแบบชนิดที่แพ้สัก 3 เกมจากนี้ไปยังไม่หลุดจากจ่าฝูง (นำที่ 2 อย่างสเปอร์ส 10 คะแนน) ในขณะที่เหลือเกมเตะอีกแค่ 11 เกม เท่านั้น ไหนๆช่วงนี้ก็เป็นช่วงเข้าสู่โปรแกรมเบรคทีมชาติแล้ว วันนี้เรามาลองคุยกันถึงเรื่องโอกาสที่แต่ละทีมจะจบอยู่ในอันดับท็อป 4 กัน ต้องบอกก่อนว่าทั้งหมดเป็นการคาดคะเน (เดา) ไม่ใช่เรื่องจริงที่จะเกิดขึ้น เพราะผมเองก็ไม่มีทางทราบผลการแข่งขันล่วงหน้าได้ทั้งหมด (แน่นอนถ้าทราบป่านนี้ทุกคนรวยยยย!) ผมจะหยิบประเด็นที่สำคัญๆที่น่าจะเป็นปัจจัยในการตัดสินว่าทีมใดจะติดท็อป 4 หรือไม่ ในที่นี้ก็คือ “สถิติย้อนหลังคะแนนทีมอันดับ 4 10 ฤดูกาลหลังสุด” และ “การเจอกันเองของทีมในกลุ่มท็อป 6” นี่แหละ

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ท็อป 4 ที่รัก

          มาเริ่มต้นที่สถิติ 10 ฤดูกาลหลังสุดของทีมอันดับที่ 4 กันก่อน จากสถิติบอกว่าคะแนนต่ำสุดที่สามารถคว้าอันดับที่ 4 ได้ คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่ 66 คะแนน ในขณะที่อาร์เซน่อลเป็นทีมอันดับ 4 ที่มีคะแนนสูงที่สุด 79 คะแนนในฤดูกาล 2013/14 โดยที่ค่าเฉลี่ยคะแนน 10 ฤดูกาล หลังสุดของทีมอันดับที่ 4 อยู่ที่ 71 คะแนน ด้วยกัน เทียบกับตารางคะแนนเวลานี้อันดับ 3-6 มีคะแนนไล่กันอยู่ในช่วง 57-50 คะแนน (แต่ละทีมเตะไม่เท่ากัน) เท่ากับว่า 71 คะแนนถือว่าสมเหตุสมผลต่อการคว้าอันดับที่ 4 พอสมควร เพราะ มีแค่ 3 ใน 10 ฤดูกาลหลังสุดเท่านั้นที่อันดับ 4 มีคะแนนสูงกว่า 71 คะแนน ตรงนี้ถือเป็นจุดที่นี่สนใจจุดหนึ่งเลย แต่เมื่อกวาดตาดูจำนวนเกมการแข่งขันที่เหลือในฤดูกาลนี้ของทุกทีมพบว่า 71 คะแนนไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม ทั้ง 6 ทีม มีศักยภาพเพียงพอที่จะไปถึงจุดนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

          ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดว่าการทีมไหนจะติดอยู่ท็อป 4 หรือไม่ ก็คือการพบกันเองของทีมในกลุ่มหัวตาราง ในกลุ่มท็อป 6 ยังมีเกมที่พวกเขาจะต้องลงปะทะกันเองรวมกันถึง 14 เกม ด้วยกัน โดยแมนฯยูไนเต็ด หนักสุดต้องลงสนามเจอกับทีมในกลุ่มนำ 4 เกม แมนฯซิตี้และอาร์เซน่อลตามมาที่ทีมละ 3 เกม ส่วนเชลซีกับสเปอร์ส ยังเหลืออีกทีมละ 2 เกม จะมีก็แต่ลิเวอร์พูลที่เล่นครบไปเรียบร้อยแล้ว และถึงแม้จะเล่นครบไปแล้ว แต่การเจอกับทีมนอกท็อป 6 น่าจะสร้างความลำบากให้กับลิเวอร์พูลได้มากกว่าเจอทีมในกลุ่มหัวตาราง ดังนั้นชีวิตของแฟนลิเวอร์พูลก็คงหายใจไม่ทั่วท้องเช่นเดียวกับแฟนบอลทีมอื่นที่ยังมีโปรแกรมโหดๆรออยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย หรือบางทีอาจจะต้องลุ้นระทึกมากกว่าด้วยซ้ำตามคอนเซป “เล็กๆไม่ ใหญ่ๆชอบ”

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ท็อป 4 ที่รัก

         โปรแกรมทีมใหญ่ชนกันเองดูแล้วแมนฯยูไนเต็ดดูจะมีงานหนักที่สุดรออยู่ นอกจากจะต้องเตะมากกว่าใครเพื่อนถึง 4 เกมแล้ว 3 ใน 4 ยังเป็นการออกไปเยือนคู่แข่งที่แย่งท็อป 4 กันโดยตรงอีกด้วย ตรงนี้ถือว่าไม่ได้เปรียบเลย ตรงกันข้ามกับสเปอร์สที่เล่นเพียงแค่ 2 เกม แถมยังเป็นเกมเหย้าทั้งหมด ตรงนี้น่าจะเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้สเปอร์สน่าจะตามเชลซีติดอันดับ 1 ใน 4 ได้เป็นทีมที่ 2 ส่วนแมนฯซิตี้และอาร์เซน่อล มีโปรแกรมชนช้างตัดกันเองในเกมส์วีคหน้าวันที่ 2 เมษายน นี้ น่าจับตามองว่าผลแพ้ชนะในเกมนี้จะเป็นการบอกถึงอนาคตของทีมปืนใหญ่ได้ดีว่า จะยังอยู่ในวงโคจรของการลุ้นติดท็อป 4 หรือไม่

          คิดเองปวดหัว ว่าแล้วก็ลองใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ลองคำนวนช่วยดีกว่า จากการเซตค่าเฉลี่ยผลงานรวมไปถึงฟอร์มการเล่นตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนมาถึงตอนนี้ โยนเข้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ คำนวนความน่าจะเป็นของผลการแข่งขันที่เหลืออยู่ เมื่อจบฤดูกาลจะได้ตารางคะแนนออกมาเป็นรูปร่างดังนี้

คอลัมน์  ต้น...ทางฟุตบอล  by  ต้น วโรดม  :  ท็อป 4 ที่รัก

ลิเวอร์พูลจะคว้าสิทธิ์โควต้าอันดับ 4 ได้ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในขณะที่อาร์เซน่อลและแมนฯยูไนเต็ดจะเป็นผู้ผิดหวัง ... แต่แมนฯยูไนเต็ดยังมีความหวังอยู่หากสามารถคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ได้ พวกเขาก็จะได้สิทธิ์ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เช่นกันในโควต้าของแชมป์บอลถ้วยยุโรป ซึ่งถ้าจบแบบนี้ จะกลายเป็นแค่อาร์เซน่อลทีมเดียวที่จะพลาดท่าไม่ได้ไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

 

ทั้งหมดที่เขียนมาเป็นแค่การคำนวนไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นทุกทีมยังมีโอกาส และทุกโอกาสอยู่ในกำมือตัวเองล้วนๆ กับโปรแกรมที่เหลืออยู่ ทุกทีมต้องชนะให้ได้มากที่สุด

ติดตามโค้งสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ให้ดีครับ ผมว่ายังมีอะไรที่เซอไพร์ส คนดูอย่างเราอีกเยอะ

 

ต้น วโรดม

 

AFP Photo / FABRICE COFFRINI
Daily star

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ