คอลัมน์ Bundes Land by สาลิกา ณ เยอรมัน : สดุดีบนความล้มเหลว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




คอลัมน์ Bundes Land by สาลิกา ณ เยอรมัน

คาร์โล อันเชล็อตติ พาบาเยิร์น มิวนิคคว้าแชมป์บุนเดสลีกา สมัยที่ 5 ติดต่อกัน ถือเป็นการจารึกประวัติศาสตร์ไว้ว่า เสือใต้ คือ ทีมแรกที่คั่วแชมป์ลีก 5 ปีติดต่อกัน

 แต่พูดถึงภาพรวมทั้งหมดของทัพพี่เสือในฤดูกาลนี้ ต้องบอกเลยว่า ล้มเหลว

 การที่ผู้บริหารชี้แนวไปที่กุนซือคางทูม สัญชาติอิตาเลี่ยน เป็นเพราะอันเช่เชี่ยวชาญการนำถ้วยหูยักษ์ของยุโรปมาประดับสโมสร อย่างที่เคยเขียนไว้ในช่วงต้นฤดูกาล

 ปีสุดท้ายในการนำทัพ เสือใต้ ของเป๊บ กวาร์ดิโอล่า สามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์มาครองได้ ถึงแม้รายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะทำไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยเดเอฟเบ โพคาล ก็ไม่พลาด

 สิ่งหนึ่งที่ เป๊บ ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งนอกจากความท้าทายใหม่แล้ว อีกด้านหนึ่งอาจมาจากผู้บริหารของยอดทีมจากแคว้นบาวาเรียที่หมดใจกับกุนซือชาวสแปนิช กับระยะเวลา 3 ปีกับการคว้าน้ำเหลวในฟุตบอลยุโยป ที่บาเยิร์นอยากกลับไปสัมผัสมันอีกครั้ง

 บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2 ครั้งหลังสุด คือ ปี 2000-2001 และ 2012-2013 กับ 2 กุนซือมือฉมัง อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ กับจุ๊ปป์ ไฮย์เกส

 ยุคอ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ถือเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของเสือใต้ ฮิตซ์เฟลด์โชว์ของตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีมในปี 1998 ด้วยการคว้าแชมป์บุนเดสลีกา พร้อมกับเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ทันที แต่โชคไม่เข้าข้าง เมื่อนำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอด 90 นาที แต่มาเจอทีเด็ดของคู่หูตัวสำรอง เท็ดดี้ เชอริงแฮม กับโอเล่ กุนนาร์ โซลซา ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ชวดแชมป์ไปอย่างเจ็บปวดหัวใจ

 ฤดูกาลถัดมากุนซือชาวสวิสสามารถป้องกันแชมป์บุนเดสลีกาพ่วงด้วยเดเอฟเบ โพคาล ก่อนฤดูกาล 2000-2001 คือฤดูกาลที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคฮิตซ์เฟลด์ เมื่อพาบาเยิร์น มิวนิค คว้าทริปเปิ้ล แชมป์ ได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับการนำถ้วยหูยักษ์กลับเมืองมิวนิคอีกครั้ง

 หลังจากหมดยุค อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ในปี 2008 ไป บาเยิร์น มิวนิค พยายามขวนขวายถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 12 ปี ในการกลับมาชูถ้วยใบเขื่องอีกครั้ง

 ซึ่งกุนซือคนนั้น คือ ปู่จุ๊ปป์ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ที่ต้องใช้โอกาสถึง 3 ครั้งในการคุมบาเยิร์น มิวนิค ก่อนจะคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกได้ดั่งใจหมาย

 ฤดูกาล 2012/2013 กุนซือขรัวเฒ่า วัย 67 ปี (ในฤดูกาลนั้น) สามารถจบสัญญาในปีสุดท้ายได้อย่างอลังการงานสร้าง กับการคว้าถ้วย 3 ใบมาประดับตู้โชว์ให้กับสโมสร ทั้งบุนเดสลีกา เยอรมัน เดเอฟเบ โพคาล และแน่นอน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

พอคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ก็ลงจากตำแหน่งอย่างสง่าผ่าเผย ถึงแม้จะมีหลายสโมสรที่พยายามดึงตัวให้ไปคุมทัพ แต่ปู่จุ๊ปป์เหมือนรู้ตัวว่าหมดไฟในการทำงานกับอายุอานามเกือบเข้าหลัก 7 แล้ว (ในตอนนั้น) ทำให้กุนซือชาวเยอรมันประกาศรีไทร์จากอาชีพกุนซืออย่างเป็นทางการ ให้ประวัติศาสตร์ฟุตบอลได้จารึกเขาในฐานะบุคคลผู้ยิ่งใหญ่คนนหนึ่งของวงการ

 เมื่อไฮย์เกสจากไป เป๊บก็เข้ามาแทน ด้วยความคาดหวังจากบอร์ดบริหารในการคว้าถ้วยยุโรปต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมา บาเยิร์น ขาดช่วงในการครองความเป็นเจ้ายุโรป แต่สุดท้ายกุนซือที่ถูกกล่าวขานว่าดีที่สุดในโลก ก็คว้าน้ำเหลว

 ความไว้วางใจถูกถ่ายทอดมายังคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซืออิตาเลี่ยน ที่มีชื่อเสียงเรียงนามในการคว้าถ้วยหูเขื่องใบนี้ พลิกประวัติดูพบว่า พา 2 สโมสรขึ้นครองความเป็น 1 ของยุโรป ถึง 3 สมัย สถิติดังกล่าวถูกจารึกไว้เช่นกันว่า ยังไม่มีกุนซือคนไหนที่พาทีมคว้าแชมป์ยุฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ถึง 3 สมัย

 ยิ่งการพาราชันชุดขาวกลับไปครองแชมป์ยุโรปสมัยที่ 10 หรือลา เดชิม่า ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของอันเชล็อตติดังกึกก้องอีกครั้ง ประกอบกับฤดูกาลต่อมาฟอร์มในลีกของ เรอัล มาดริด ไม่น่าพิสมัย ทำให้ลงจากตำแหน่งด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ และใช้เวลาห่างหายไปจากวงการฟุตบอลเป็นเวลา 1 ปีเต็ม

 แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อบาเยิร์น มิวนิค ผ่านรอบแรกได้อย่างสบาย และถล่มอาร์เซน่อลมาแบบเละเทะ เข้ามาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนจับสลากมาเจอกับทีมเก่า เรอัล มาดริด ถือเป็นคู่ซุปเปอร์บิ๊กแมตช์ ที่หลายคนเสียดายว่าเจอกันเร็วไปหน่อย

 นัดแรกที่อัลลิอันซ์ อารีน่า บาเยิร์น มิวนิค โดน เรอัล มาดริด ลูบคมไปก่อน 1-2 ทำให้มีงานท้าทายอยู่ในนัดที่ 2 ซึ่งปรากฎว่าลูกทีมของอันเช่ทำได้ ด้วยการพาเสือใต้บุกกลับไปโค่นราชันชุดขาวได้ถึงซานติอาโก เบร์นาบิว ด้วยสกอร์เดียวกับนัดแรก ทำให้เกมนี้ไม่จบง่ายๆต้องต่อเวลาออกไปอีก 30 นาที

 บางครั้งฟุตบอลขึ้นอยู่กับโชคชะตาด้วย ซึ่งเกมนี้ทุกอย่างไม่ได้โน้มเอียงมาทางบาเยิร์นแม้แต่น้อย ช่วง 6 นาทีสุดท้าย อาร์ตูโร่ วิดัล ผู้ที่เปรียบเสมือนผู้ร้ายของแก๊งค์เสือใต้ในการเจอมาดริดรอบนี้ เมื่อนัดแรกยิงจุดโทษพลาด นัดนี้ดันมาเจอใบแดงอีก แต่อันเช่ก็กระตุ้นลูกทีมจนเอาตัวรอดมาได้ใน 90 นาที

 สุดท้ายบาเยิร์น มิวนิค ไม่รอดจากแดนประหารอยู่ดี โดนเรอัล มาดริดบดจนเซไปเซมา สุดท้ายโดนหมัดน็อค จากมือที่ 3 ที่ใครหลายคนกล่าวหาว่า กรรมการอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าบ้าน จนเป็นที่มาของ 2 ประตูชัย เขี่ยเสือใต้และอันเช่ตกรอบอย่างเจ็บแสบ

 ไม่เพียงเท่านั้น คาร์โล อันเชล็อตติ ต้องมาชอกช้ำต่อเนื่อง เมื่อมาโดนคู่รักคู่แค้นตลอดกาล อย่างเสือเหลืองโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ เดเอฟเบ โพคาล อย่างกระอักกระอ่วม เพราะแพ้คาถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า และปล่อยแชมป์หลุดมือไปอีกใบ

 แต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รางวัลปลอบใจเล็กๆ เมื่อบาเยิร์น มิวนิค บุกไปถล่ม โวล์ฟสบวร์ก คาโวล์คสวาเก้น อารีน่า แบบเละเทะ 0-6 ทำให้เสือใต้คว้าแชมป์ บุนเดสลีกา ทันที ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายอยู่แล้ว

 ปีแรกผ่านไปสำหรับ คาร์โล อันเชล็อตติ ซึ่งเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ตั้งใจไว้  ทำให้ช่วงปิดซีซั่น อันเช่ ต้องปรับทัพ เพิ่มความแข็งแกร่งและทำลายจุดอ่อนของทีมให้ได้ เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าแค่ถาดแชมป์เยอรมัน

 บทสรุปปีแรกของ กุนซือคางทูม ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

 แล้ว ปีหน้า ถ้าล้มเหลวอีกครั้งละ??? อะไรจะเกิดขึ้น

 น่าติดตามจริงๆ

 

สาลิกา ณ เยอรมัน

 

CHRISTOF STACHE / ADRIAN DENNIS / AFP
ODD ANDERSEN / AFP
GERARD JULIEN / AFP
JOHN MACDOUGALL / AFP

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP บทความกีฬา
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ