เริ่มกันที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ แม้จะอายุเพียง 19 ปี แต่ก็กลายเป็นดาวยิงความหวังของทีมชาติฝรั่งเศสไปแล้ว หลังจากแจ้งเกิดกับโมนาโกเมื่อฤดูกาลก่อน แล้วยังย้ายมาต่อยอดผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับเปแอสเช คว้าแชมป์ลีกเอิงในฤดูกาลนี้ โดยช่วยทีมยิงไปแล้ว 13 ประตู 8 แอสซิสต์ ไม่แปลกใจที่ติดทีมชาติฝรั่งเศสตั้งแต่อายุยังน้อย แถมยังปลดล็อคกับทีมตราไก่ ซัดไปแล้ว 3 ประตูให้กับทีมชาติ และเมื่อดูจากรายชื่อคู่แข่งในรอบแรก เปรู,เดนมาร์กและออสเตรเลีย เจ้าหนูเอ็มบับเป้ มีโอกาสเพิ่มสกอร์ให้แผ่นดินเกิดได้แน่นอน
ต่อมาอีกความหวังของทีมชาติบราซิล คือ กาเบรียล เฆซุส กองหน้าตัวจี๊ดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สร้างประวัติศาสตร์เก็บแต้ม 100 คะแนนเป็นครั้งแรก และพาทีมคว้าแชมป์คาราบาว คัฟ โดยถือว่าปีนี้เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยทีมยิงไปในลีก ทั้งหมด 13 ประตู 3 แอสซิสต์ ผลงานยอดเยี่ยมขนาดนี้ไม่แปลกใจว่าทำไมใครๆก็ยกให้เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง เพราะอายุเพียง 21 ปี เท่านั้น ต้องคอยตาลุ้นว่าจะช่วยพาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ได้หรือไม่
ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าอายุน้อยที่อยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาเป็นเวลานานและยังคงเล่นให้กับชาติบ้านเกิดตัวเองอย่างอังกฤษ แม้จะมีวัยเพียง 20 ปีแต่ก็ผ่านประสบการณ์ในสนามมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะประสบการณ์ที่เคยไปทีมชาติชุด U21 มาแล้ว ผลงานน่าประทับใจล่าสุดกับพรีเมียร์ลีก ยิงไป 7 ประตู 5 แอสซิสต์ ก็เป็นการการันตีฝีแข้งของมาร์คัสในระดับหนึ่งว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่น่าจับตามอง ต้องมาดูกันว่าดาวดวงนี้จะช่วยให้ทีมชาติอังกฤษผ่านเข้าไปในรอบลึก ๆ เพื่อลบคำสบประมาทที่มีคนพูดว่าทีมชาติอังกฤษมักท่าดีทีเหลวได้หรือไม่
ต่อกันที่ อุสมาน เดมเบเล กองกลางชาวฝรั่งเศสที่เคยย้ายจากลีกฝรั่งเศสไปลีกเยอรมัน และปัจจุบันก็มาอยู่กับบาร์เซโลนาเป็นที่เรียบร้อย ด้วยความถนัดทั้งสองเท้าทำให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เดาทางยากและหลบหลีกคู่ต่อสู้ได้ดี ในลาลีกา สเปน ฤดูกาลที่ผ่านก็ทำประตูไป 3 ลูก บวกกับอีก 7 แอสซิสต์ ครั้งแรกกับการเล่นในทีมชาติฝรั่งเศสผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงต้องติดตามดูกันต่อไป ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทีมชาติฝรั่งเศสอาจมีอุสมานเป็นตัวแปรสำคัญก็เป็นได้
สุดท้ายคือ ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงสายเลือดใหม่ทัพอินทรีเหล็ก ตัวเต็งคว้าแชมป์บอลโลกครั้งนี้ แวร์เนอร์ ผลิตสกอร์ให้อาร์เบ ไลป์ซิก ตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาจนขึ้นมาเป็นทีมหัวตารางของศึกบุนเดสลีกา ส่วนตัวเลขในทีมชาติก็สวยหรู ลงเล่นไปแค่ 12 นัดแต่ซัดไปแล้วถึง 7 ประตู นี่คือกองหน้าอันตรายอีกคนที่กองหลังชาติไหนก็ไม่อยากเจอแน่นอน
AFP