หลังจากที่เมื่อคืนนี้ทีมชาติรัสเซียเจ้าภาพศึกฟุตบอลโลก 2018 ได้ถล่มทัพซาอุดิอาระเบียไปแบบถล่มทลายด้วยสกอร์ 5-0 สร้างสีสันนัดแรกให้กับมหกรรมฟุตบอลโลกได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ และในคืนนี้ (15 มิถุนายน 2561) เวลา 19.00 น. จะเป็นนัดที่สองของศึกฟุตบอลโลกระหว่าง ทีมชาติอียิปต์ และ อดีตแชมป์ 2 สมัยอย่างอุรุกวัย
จากสถิติ 5 นัดหลังของทีมชาติอียิปต์ ผลคือ แพ้ 3 เสมอ 2 ไม่สามารถคว้าชัยมาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวทำให้ความหวังในการจะชนะอุรุกวัยดูริบหรี่ไม่ใช่น้อย แต่การกลับมาของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ก็ทำให้หลายคนใจชื้น ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกคนนี้เพิ่งได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณไหล่จนหลายคนใจหายใจคว่ำว่าซาลาห์จะกลับมาลงสนามทันหรือไม่ ด้วยผลงานล่าสุดกับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกที่ลงแข่ง 36 ครั้ง ยิงเข้า 32 ครั้ง และแอสซิสต์ไปอีก 11 ครั้ง ทำให้ซาลาห์เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของทัพ “มัมมี่” ในการฟันฝ่าคู่แข่งสุดหินอย่างอุรุกวัยในคืนนี้
ขณะที่อีกฟากหนึ่ง ทีมชาติอุรุกวัยสามารถทำผลงานได้ดีในช่วงที่ผ่านมา สถิติ 5 นัดหลังที่ชนะไปถึง 3 แพ้เพียง 1 และเสมออีก 1 เป็นสถิติที่น่ากลัวมากสำหรับคู่ต่อสู้ ยิ่งเมื่อทัพ “จอมโหด” ครั้งนี้มีขุนพลกองหน้าขาโหดทั้งสองคนอย่าง เอดินสัน คาวานี และ หลุยส์ ซัวเรซ ยิ่งเป็นการเพิ่มความกดดันให้แก่ทัพมัมมี่อย่างมาก
โดย เอดินสัน คาวานี กองหน้าจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง กับสถิติในสนามลีกเอิง ลง 32 นัด ยิงไป 28 ประตู และแอสซิสต์ 8 ครั้ง เมื่อผนึกกำลังกับ หลุยส์ ซัวเรซ ขาโหดจากบาร์เซโลนา ซึ่งแข่ง 33 ครั้ง ยิงเข้าประตู 25 ครั้ง และแอสซิสต์ 12 ครั้ง กลายเป็นหอกคู่ที่พร้อมจะทะลวงฝ่าคู่แข่งไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง
จากการคาดการณ์ของสื่อและคอฟุตบอลหลายสำนักต่างพากันเทใจให้อุรุกวัยเป็นผู้ชนะ และต่างมองว่าการที่อียิปต์จะโค่นอุรุกวัยเพื่อเก็บแต้มตามหลังรัสเซียไปติด ๆ นั้นเป็นไปได้ยาก มีเพียงการภาวนาให้หัวหอกเพียงหนึ่งเดียวอย่างซาลาห์อยู่ในฟอร์มที่สมบูรณ์พร้อมที่สุด แล้วมาวัดกันว่าศูนย์หน้าของฝ่ายไหนจะคมกว่ากัน จากการสถิติพบกันล่าสุดปี 2006 ระหว่างทั้งสองทีม ในครั้งนั้นผู้ที่คว้าชัยไปได้คืออียิปต์ โดยชนะไป 2-0 คะแนน ไม่แน่ว่าปีนี้อาจมีการหงายหลังเกิดขึ้นก็เป็นได้