ฟุตบอลโลก 2018 ประกอบไปด้วยตัวแทนจากทวีปต่าง ๆ ทั่วโลกซึ่งจำนวนทีมจะแปรผันไปตามจำนวนประเทศที่ตั้งอยู่ สำหรับทวีปเอเชียเองสามารถส่งตัวแทนไปได้ 5 ประเทศ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือตัวแทนจากทัพ “ซามูไร” ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมจากทวีปเอเชียไม่กี่ทีมที่มีศักยภาพมากพอจะก้าวเท้าเข้าสู่สนามฟุตบอลโลก โดยในคืนนี้ (19 มิ.ย. 2561) เวลา 19.00 น. จะเป็นศึกดวลแข้งระหว่างญี่ปุ่นและทีมชาติโคลอมเบีย อีกหนึ่งขาโหดของกลุ่ม H ที่ว่ากันว่ามีโอกาสเป็นตัวแทนกลุ่มเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายสูงมาก
ทีมชาติโคลอมเบีย ปัจจุบันจากการจัดอันดับของฟีฟ่ารั้งตำแหน่งที่อันดับ 16 ของโลก จากสถิติ 5 นัดหลังสุด ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 นัดที่ชนะคือการแข่งขันกระชับมิตร ชนะฝรั่งเศส 3-2 และชนะจีน 4-0 ความสามารถในการเอาชนะอดีตแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1998 อย่างฝรั่งเศสนี้เองที่ทำให้โคลอมเบียเป็นที่จับตามอง ทั้งยังมี ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางดาวรุ่ง สังกัด บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งทำผลงานล่าสุดในลีก บุนเดสลีกา ลงไป 23 นัด ยิง 7 และแอสซิสต์ 11 แม้จะไม่ใช่กองหน้าขาโหดแต่ก็มีฝีเท้าและลีลาที่เก่งฉกาจจนกลายเป็นขุนศึกของทัพโคลอมเบียที่ทีมชาติไหน ๆ ก็ไม่กล้าประมาท
สำหรับทัพแดนปลาดิบอย่างญี่ปุ่น แม้จะมีอันดับโลกอยู่ที่ 61 ของโลก แต่ขนาดทีมชาติรัสเซียที่อยู่อันดับที่ 66 ยังสามารถถล่มคู่ต่อสู้ได้ถึง 5-0 ดังนั้นอันดับโลกตัวนี้จึงไปสามารถการันตีได้หรอกว่าญี่ปุ่นจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ อย่างไรก็ตามสถิติ 5 นัดหลังสุดที่ ชนะเพียง 1 เสมอ 1 และแพ้ 3 นั้นก็ดูจะเป็นข้อมูลที่ทำให้แฟนบอลหลายคนไม่กล้าเทใจเชียร์ทีมชาติญี่ปุ่นกันมากนัก แต่สถานการณ์อาจไม่เลวร้ายถึงขนาดนั้นเมื่อทัพญี่ปุ่นมี ชินจิ โอคาซากิ กองหน้าจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ในศึกพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา ลงแข่ง 27 นัด ยิงไป 6 และแอสซิสต์อีก 3 เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ถนัดทั้งสองเท้าทำให้สามารถใช้เทคนิคอันหลากหลายได้ในการหลอกล่อและพาสบอลผ่านคู่ต่อสู้
ในอดีต ทั้งสองทีมเคยพบกันมาแล้ว 3 ครั้ง เสมอ 1 และโคลอมเบียเอาชนะญี่ปุ่นไปได้ 2 ครั้ง การปะทะกันครั้งล่าสุดคือในศึกฟุตบอลโลก 2014 ญี่ปุ่นแพ้ขาดลอยไป 1-4 ทำให้ปีนี้แฟนบอลส่วนใหญ่คาดการณ์กันว่าโคลอมเบียต้องชนะไปแบบใส ๆ แต่ก็ไม่สามารถดูถูกสปิริตของทีมญี่ปุ่นได้เช่นกัน เพราะเชื่อได้ว่าญี่ปุ่นจะต้องพยายามอย่างสุดแรงเพื่อไม่ให้ผลลัพธ์ของการแข่งขันนัดนี้จบลงที่ความพ่ายแพ้แบบเดียวกับเมื่อ 4 ปีก่อนอย่างแน่นอน