ในการแข่งขันฟุตบอลโลกสำหรับรอบแบ่งกลุ่มนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าแต่ละทีมในกลุ่มจะต้องแข่งแบบพบกันหมดเพื่อสะสมคะแนน หาตัวแทนสองทีมที่มีคะแนนสูงสุดในการเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ต่อไป โดยในหนึ่งแมตช์ หากชนะ จะได้ 3 แต้ม เสมอได้ 1 แต้ม และแพ้ได้ 0 แต้ม นอกจากนี้ยังมีการบันทึกไว้ด้วยว่าทีมไหนทำประตูไปเท่าไหร่และเสียประตูไปเท่าไหร่ เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินกรณีที่แต้มของสองทีมเท่ากันนั่นเอง
ในฟุตบอลโลก 2018 ตามกฎของฟีฟ่า ระบุว่า การตัดสินหาทีมเข้ารอบและจัดอันดับในรอบแบ่งกลุ่มให้ดูจากผลบันทึกตามลำดับ ดังนี้
-แต้ม
-ผลต่างประตูได้เสีย
-จำนวนประตูที่ยิงได้
-แต้มที่ได้ในเกมที่พบกันเอง [เฮดทูเฮด (กรณี 2 ทีม) หรือมินิลีก (กรณีมากกว่า 2 ทีม)
-ผลต่างประตูได้เสียในเกมที่พบกันเอง
-จำนวนประตูที่ยิงได้ในการพบกันเอง
แต่ถ้าพิจารณาตามเกณฑ์ทั้งหมดข้างต้นแล้วยังตัดสินไม่ได้ ก็ให้ดูจากคะแนนแฟร์เพลย์ ซึ่งมีเกณฑ์การคิดคะแนนดังนี้
-โดนใบเหลือง -> -1 คะแนน
-โดน 2 ใบเหลืองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม -> -3 คะแนน
-โดนใบแดงไล่ออกโดยตรง -> -4 คะแนน
-โดนใบเหลืองแล้วมาโดนใบแดงไล่ออกโดยตรง -> -5 คะแนน
แต่ถ้าคะแนนแฟร์เพลย์ยังเท่ากันอีกก็ต้องใช้การจับฉลากตัดสินขั้นสุดท้าย ในกรณีของกลุ่ม B เอง หลังผ่านไปสองนัด สเปน และ โปรตุเกส มี 4 แต้มเท่ากัน ผลต่างประตูได้เสีย +1 เท่ากัน ยิงประตูได้ 4 ประตูเท่ากัน และผลของการพบกันเองหรือเฮดทูเฮดก็เสมอกันที่ 3-3 ถ้าหากแมตช์ต่อไปทั้งสองทีมยังมีผลการแข่งขันเหมือนกันอีกก็ต้องใช้คะแนนแฟร์เพลย์ในการตัดสิน
อย่างเช่น ในแมตช์หน้า สเปนเอาชนะโมร็อคโคไปได้ที่ 1-0 และโปรตุเกสเอาชนะอิหร่านด้วยคะแนน 1-0 เหมือนกัน แต้มรวมจะกลายเป็น 7 เท่ากัน ผลต่างประตูได้เสียเท่ากับ +2 เหมือนกัน ก็จะใช้คะแนนแฟร์เพลย์มาตัดสินว่าทีมไหนจะเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ทีมไหนจะเป็นอันดับ 2
หรือในกรณีที่ทั้งสเปนและโปรตุเกสแพ้คู่แข่ง 0-1 เหมือนกัน จะทำให้อิหร่านมี 6 แต้มเข้ารอบเป็นอันดับหนึ่ง สเปนและโปรตุเกสจะมี 4 แต้มเท่ากัน ผลต่างประตูได้เสียเท่ากับ 0 เท่ากัน ทีมที่คะแนนแฟร์เพลย์ดีกว่าจะเข้ารอบเป็นอันดับสอง ส่วนอีกทีมจะตกรอบไป
โดยในตอนนี้คะแนนแฟร์เพลย์ของสเปนคือ -1 คะแนน ซึ่งดีกว่าโปรตุเกสที่มีอยู่ -2 คะแนน แต่ขอเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยิงลูกเข้าประตูได้มากกว่าและเสียประตูน้อยกว่า การตัดสินก็จะไม่ต้องไปถึงขั้นแฟร์เพลย์ หรือหากบังเอิญได้แต้มทุกอย่างมาเท่ากันอีก แฟนบอลก็คงได้แต่ภาวนาให้ทีมที่ตัวเองเชียร์ไม่โดนใบเหลืองใบแดงไปมากกว่านี้ และร่วมกันแช่งให้อีกฝ่ายโดนใบเหลืองใบแดงให้มากที่สุด