เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม โดยสำหรับกลุ่ม B ในคืนนี้ (25 มิ.ย. 2561) จะเป็นการแข่งขันระหว่าง สเปน และ โมร็อคโค ซึ่งสภาวะของทั้งสองฝั่งนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะสำหรับโมร็อคโคที่ตกรอบแน่นอนแล้วนั้น การแข่งขันนัดนี้คงเป็นเพียงสนามเพื่อไว้ลายของพวกเขาก่อนตีตั๋วกลับบ้านเท่านั้น แต่ฝ่ายทัพสเปนนั้นยังคงต้องเอาจริงเอาจังกับการยิงลูกให้มากที่สุดเพื่อทิ้งห่างโปรตุเกสแย่งชิงตำแหน่งแชมป์กลุ่มมาครอง จึงเป็นศึกที่อาจจะเห็นว่าฟอร์มของทั้งสองทีมมีบรรยากาศแตกต่างกัน แต่ก็ไม่ทราบว่าในเกมนี้ฝ่ายใดจะกุมชัยไว้ได้กันแน่
ยังคงอยู่ในภาวะของการลุ้นและความกดดันสำหรับทัพ “กระทิงดุ” สเปน ที่ตอนนี้มีแต้มเท่ากับทีมชาติโปรตุเกสรั้งอันดับ 1 ของกลุ่มทั้งคู่ ซึ่งสเปนต้องการชัยชนะจากการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มนี้อย่างยิ่ง เพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งแชมป์กลุ่มที่จะมีผลอย่างยิ่งต่อการจับคู่ในรอบน็อคเอาท์ นอกจากนี้ฟันธงได้เลยว่าการแข่งขันกับทีมชาติโมร็อคโคนัดนี้ทัพกระทิงดุจะต้องเล่นแบบจัดเต็มและไม่มีการออมมืออย่างแน่นอนเพื่อยิงลูกเข้าประตูให้ได้มากที่สุด สำหรับในกรณีที่คู่การแข่งขันระหว่างโปรตุเกสกับอิหร่านในคืนเดียวกันเวลาเดียวกันนี้ผลลัพธ์ออกมาที่โปรตุเกสได้รับชัยชนะจนมีแต้มรวมเท่ากัน การเลือกตำแหน่งแชมป์กลุ่มจึงต้องไปดูที่แต้มได้เสียแทน ซึ่งหากนัดนี้สเปนยิงประตูได้มากกว่าโปรตุเกส ก็จะเป็นการคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่มมากอดเข้ารอบน็อคเอาท์ไป
สำหรับเกมนี้ เฟร์นานโด เอียร์โร กุนซือทีมชาติสเปนน่าจะยังใช้กลยุทธ์เดิม คือตั้งกำแพงกองรับด้วย ปิเก้ และ เซร์กิโอ รามอส แล้วอาศัย ดิเอโก คอสตา หนึ่งในผู้ท้าชิงดาวซัลโวที่ตอนนี้ในฟุตบอลโลกยิงไปแล้วทั้งหมด 3 ลูก เป็นตัวหลักในการทำแต้มให้มากที่สุด
โดยเป็นที่แน่นอนแล้วว่าทัพ “ราชสีห์แห่งแอตลาส” โมร็อคโค ต้องตีตั๋วกลับบ้าน ตกรอบแรกไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่เกมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของกลุ่ม B แพ้ไปแล้ว 2 จาก 3 เกมทำให้หมดหวังในการจะเข้ารอบไปโดยปริยาย ฟอร์มการเล่นในแมตช์ที่พบกับสเปนนี้จึงเป็นเพียงการเล่นไว้ลาย เพื่อแสดงให้โลกได้เห็นว่าทีมชาติโมร็อคโคไม่ได้จับฉลากติดฟุตบอลโลกมา ยิ่งฟอร์มที่เล่นล่าสุดกับโปรตุเกสถือว่าดุดันและรุกใส่ทัพฝอยทองได้ไม่น้อย ดังนั้นเป็นที่คาดเดากันว่าชุดผู้เล่นตัวจริง 11 คนในนัดนี้ของทัพราชสีห์น่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมกับที่เคยกดดันโปรตุเกสได้มาก่อน ความหวังของทีมจึงยังคงอยู่ที่กัปตันทีมอย่าง เมห์ดี เบนาเตีย และ ปืนใหญ่แรงดันสูงอย่าง ฮาคิม ซิเยค ว่าจะสามารถทลายการป้องกันของทัพสเปนแล้วคว้าแต้มกลับบ้านอย่างสมศักดิ์ศรีได้หรือไม่
ในอดีตทั้งสองทีมนี้ไม่เคยมีโอกาสได้พบหน้ากันมาก่อน แต่จากสถานะตัวเต็งของสเปนและการที่โมร็อคโคยังไม่เคยทำแต้มได้เลย ก็ทำให้แฟนรายการฟุตบอลหลายคนฟันธงว่าสเปนจะต้องชนะไปได้ขาดลอยแล้วไปลุ้นตำแหน่งแชมป์กลุ่มกับโปรตุเกสต่ออย่างแน่นอน ในค่ำคืนนี้ ทัพกระทิงดุจะเล่นได้ดุดันและยิงลูกใส่ประตูฝั่งตรงข้ามไม่ยั้ง หรือคืนนี้จะประสบความพ่ายแพ้ที่กลายเป็นคืนอัปยศของทีมชาติสเปน ก็ต้องมาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กัน