แต่ในปีนี้ต้องยอมรับว่า “ตาหมากรุก” โครแอต ทำผลงานได้ดีถือเป็นม้ามืดที่หักปากเซียนทุกสำนักเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าโครเอเชียจะสามารถมาไกลได้ขนาดนี้ สำหรับ ทัพ “ตาหมากรุก” ถือว่าทำผลงานได้ดีในการแข่งขันฟุตบอลนัดนี้ โดยเฉพาะผลงานที่ถล่มอาร์เจนตินามาได้ 3-0 แบบขาดลอย แต่ 2 นัดหลังก็ดูเหนื่อยไม่น้อยเพราะไม่ได้ชนะขาด และผ่านมาได้ด้วยการชนะจุดโทษ ในประวัติศาสตร์เคยเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเพียงครั้งเดียวในปี 1998 และคว้าที่ 3 มาได้ในปีนั้น โดยเมื่อคืนพวกสามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้สำเร็จเพราะสามารถคว่ำอังกฤษที่ถือเป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์โลกปีนี้ได้สำเร็จ
โดยการที่โครเอเชีย ชนะ อังกฤษ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรก และอังกฤษ เป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ จากทั้งหมด 19 ครั้ง ที่ทีมเป็นฝ่ายขึ้นนำในครึ่งแรก ของฟุตบอลโลก รอบตัดเชือก แล้วไม่ได้เข้าชิง โดย อิตาลี เป็นทีมแรกที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ในฟุตบอลโลก ปี 1990 ขึ้นนำ อาร์เจนตินา 1-0 ในครึ่งแรก แต่สุดท้ายไปแพ้ดวลจุดโทษ
แถมหลังเกมเดยัน ลอฟเรน ทีมชาติโครเอเชีย ปราการหลังสโมสรลิเวอร์พูล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่า " เดือนก่อน ผมได้พาสโมรสร ลิเวอร์พูล เข้าชิงในแชมเปียนส์ลีก และเวลานี้ผมก็พาโครเอเชีย เข้าชิงเวิลด์คัพ ตอนนี้รู้กันหรือยัง ว่าผมคือหนึ่งในกองหลังที่เจ๋งที่สุดของโลก "
ทั้งนี้ โครเอเชียจะสามารถคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยแรกได้หรือไม่ ต้องรอลุ้น ในวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. นี้ ที่จะเจอกับงานยากอย่างฝรั่งเศส ส่วนอังกฤษ ชิงที่ 3 กับเบลเยียม วันเสาร์ที่ 14 ก.ค.
ข่าวที่น่าสนใจ: “โครเอเชีย” แซง “อังกฤษ” ต่อเวลา 2-1 ลุ้นแชมป์บอลโลกครั้งแรก