ลิเวอร์พูล ได้ประตูชัยในนาทีที่ 90 จากจังหวะที่ ซาลาห์ โหม่งแล้ว อูโก้ โยริส ปัดไปถูกหน้าแข้งของ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เข้าประตูตัวเอง กลายเป็นประตูชัย ให้ ลิเวอร์พูล เฉือนชนะ สเปอร์ส 2-1 ประตูดังกล่าว ทำให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีม ที่ทำประตูชัยในนาทีสุดท้ายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ที่ 33 ประตู รองลงมาคือ อาร์เซน่อล 25 ประตู และ แมนฯยูไนเต็ด 22 ประตู แต่ถ้านับเฉพาะฤดูกาลนี้ หงส์แดง ทำประตูชัย ท้ายเกมไปแล้ว 3 ครั้ง
สถิติ กองหลังลิเวอร์พูล ที่แอสซิสต์ ฤดูกาลเดียวเยอะสุด อีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจ คือการแอสซิสต์ ของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เมื่อคืนนี้ จ่ายให้ ฟีร์มิโน่ โหม่งประตูแรก ซึ่งเป็นแอสซิสต์ครั้งที่ 9 ในฤดูกาลนี้ พร้อมทำสถิติ เป็นกองหลังลิเวอร์พูล ที่แอสซิสต์ มากสุดต่อ 1 ฤดูกาล แซงหน้าตำนาน อย่าง สติ๊ก อิงเก้ บียอร์นบี้ 8 แอสซิสต์ (1996-97) และ ยอร์น อาร์เน่ รีเซ่ 7 แอสซิสต์ (2004-05)
การแพ้ของสเปอร์สเมื่อคืนนี้ มุสซ่า ซิสโซโก้ ถูกแฟนบอลวิจารณ์มากที่สุดอีกคน ในจังหวะที่ ซิสโซโก้ กับ ซน ฮึง มิน หลุดไปดวล 2 ต่อ 1 กับ เวอร์จิล ฟานไดจ์ค แล้ว ซิสโซโก้ กลับยิงข้ามคาน เค้าเปรยกับเพื่อนร่วมทีมว่า การพ่ายแพ้นัดนี้ เค้าโทษตัวเองที่ทำให้ทีมพลาด 3 แต้ม และหลังจากจบเกม เข้าไปโพสต์ใน IG ว่าเราจะสู้ให้ถึงที่สุด หลังจากนั้น แฟนบอลเข้ามารุมต่อว่าอย่างมากใน IG
เนื่องจากการพ่ายแพ้นัดนี้ของสเปอร์ส เป็นการแพ้นัดที่ 4 จาก 5 นัด หลังสุดในลีก แม้คะแนนจะอยู่ที่ 3 ของตาราง เพราะคืนนี้ หากอาร์เซน่อล ชนะ นิวคาสเซิ่ล จะแซง สเปอร์ส ขึ้นไปอยู่ที่ 3 ทันที และทำให้สเปอร์ส ต้องไปลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกกับ แมนฯยู อาร์เซน่อล เชลซี ซึ่งพื้นที่ถ้วยใบใหญ่ของยุโรป มี 4 ทีมที่ลุ้นกับ 2 ที่นั่งเท่านั้น