บิ๊กแมตช์แชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 8 ทีมนัดแรก แมนฯยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ บาร์เซโลน่า บาร์ซ่า บุกมานำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 13 จากจังหวะ ซัวเรซ ขึ้นโขก แฉลบ ลุค ชอว์ ตอนแรกผู้ตัดสินยกธงไม่ให้ เพราะเห็นว่า ล้ำหน้า แต่หลังจากใช้ VAR ผู้ตัดสินกลับคำให้เป็นประตู กลายเป็นเครดิตของ ลุค ชอว์ ทำเข้าประตูตัวเอง
นาทีที่ 28 เกมหยุด หลัง ลิโอเนล เมสซี่ โดนแขนของสมอลลิ่งเข้าที่ตาและจมูก ทีมแพทย์เข้ามาปฐมพยาบาลห้ามเลือด ก่อนจะเล่นต่อจนครบ 90 นาที จบเกม ทำให้บาร์ซ่า เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบก่อน ไปเล่นนัดที่ 2 ที่คัมป์นู ในคืนวันที่ 16 เม.ย.
อาการบาดเจ็บของ เมสซี่ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือบาร์ซ่าบอกเพียงว่า จะให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เขาบอกว่า รู้สึกไม่ค่อยดี เราจะส่งเขาตรวจอีกที เพราะมีรอยช้ำเยอะมาก บัลเบร์เด้ วางแผน จะพักเมสซี่ ในเกมลีกนัดเยือนอูเอสก้า เสาร์นี้ด้วยเพราะไม่อยากเสี่ยงส่ง เมสซี่ ลงสนามทั้งที่ร่างกายไม่พร้อม
ส่วนผลการแข่งขันในวันนี้ บัลเบร์เด้ บอกว่า พวกเราแฮปปี้ แต่ผลนี้มาพร้อมความกดดัน เพราะเรารู้ดีว่า แมนฯยูไนเต็ด ผลงานดีในระยะหลัง พวกเขาเล่นเกมเยือนได้ดี ดูอย่างเกมที่พวกเขาเขี่ย เปแอสเช ตกรอบ เราต้องโชว์ให้ดีกว่านี้ในเกมนัดที่ 2
ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า เราเริ่มต้นกันได้ไม่ดีนัก แต่พวกเขาได้ประตูจากการเคลื่อนที่ที่ยอดเยี่ยม บวกกับมีโชคนิดหน่อยที่แฉล่บ ชอว์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป หลังจากนั้นเราก็ตั้งเกมได้ และ ถึงแม้เราจะแพ้ แต่ก็เราก็ยังมีหวังว่า เราจะได้ประตูจากการไปเยือนเกมหน้า ซึ่งถ้าหากเราทำได้ มันจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ กว่าตอนเจอ เปแอสเช เพราะบาร์ซ่าเป็นทีมแข็งแกร่งที่ไม่ค่อยแพ้ในบ้าน
แต่เกมนี้ แมนฯยูไนเต็ด ไม่มีโอกาสยิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งกลายเป็นสถิติ ที่ทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบในรายการนี้ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ ปี 2005 หรือ เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ในเกมที่แพ้ เอซี มิลาน 0-1