แมนฯซิตี้ จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก จะบุกไปเยือนไบรท์ตัน ในเกมนัดสุดท้าย ซึ่งหากชนะ จะคว้าแชมป์ทันทีโดยไม่ต้องสนผลคู่ลิเวอร์พูล
เป๊ป ให้สัมภาษณ์ว่า จะขอมีสมาธิกับเกม ถ้าชนะก็ไม่ต้องทำอย่างอื่นแล้ว หากยิงประตูได้ไวคงเป็นเรื่องที่ดี แต่จะไม่เป็นแบบนั้นหรอก เพราะสัปดาห์นี้ได้วิเคราะห์ว่าไบรท์ตัน ตั้งเกมรับยังไง ทีมแค่ต้องมีสมาธิกับเกมที่ต้องลงสนาม ถ้าลิเวอร์พูล ชนะ เราก็ต้องเอาชนะ ไม่จำเป็นต้องไปไขว้เขว
เป๊ป ยังอัพเดท ด้วยว่าเควิน เดอ บรอยน์ อาจจะหายจากแฮมสตริงกลับมาลงสนามได้หลังร่วมซ้อมมา 2 หนแล้วลุ้นมีชื่อสำรองในเกมนี้ ส่วนแฟร์นานดินโญ่ยังพลาดการลงสนามเหมือนเดิม ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ก็ยังลงซ้อมตาปกติ ด้วยบรรยกาศที่ผ่อนคลาย ทั้ง กุน อเกวโร่,กาเบรียล เชซุส,ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
ส่วนผลงาน 37 นัดของ แมนฯซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล แมนซิตี้ เด่นเรื่องสร้างสรรค์เกมรุก โอกาสยิง,ยิงเข้ากรอบ มากกว่า ลิเวอร์พูล ทำให้ ยิงประตูในลีกไปแล้ว 91 ลูก ส่วน ลิเวอร์พูล ยิงได้ 87 ต่างกัน 4 ลูก ส่วนเกมรับ เสียประตูเท่ากันที่ 22 ลูก คลีนชีท 20 นัด แต่น่าสนใจ ลิเวอร์พูล มีวินัยเยี่ยม แท็คเกิ้ลมากกว่า 90 ครั้ง, แย่งบอลชนะมากกว่า 49 หน
เทียบผลงาน “แมนฯซิตี้-ลิเวอร์พูล”
แมนฯซิตี้ 37 นัด ลิเวอร์พูล
663 โอกาสยิง 562
251 ยิงเข้ากรอบ 221
91 ประตู 87
22 เสีย 22
317 แย่งบอลชนะ 366
6,528 ผ่านบอลสำเร็จแดนคู่แข่ง 4,654
นี่เป็นเพียงสถิติบางส่วนเท่านั้น ทีมใดจะได้แชมป์ รอลุ้นพร้อมกันในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค. 2562) โดย PPTV ถ่ายทอดสด เกมที่ ลิเวอร์พูล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน เวลา 21.00 น.