ดาวเตะจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นเป้าโจมตีเรื่องการเหยียดผิวจากแฟนบอลบัลแกเรีย ระหว่างเกมยูโร 2020 รอบคัดเลือก ที่อังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์เอาชนะไปได้ 4-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
โดยเจ้าหน้าที่สนามได้ยินแฟนบอลรายหนึ่งทำการเหยียดผิวจากฝั่งแฟนบอลทีมเยือน ก่อนที่จะมาเชิญตัวชายคนนั้นออกจากสนามพร้อมส่งตัวให้กับตำรวจนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจลอนดอนเหนือ ด้วยข้อหา กระทำการยั่วยุชวนวิวาทในพื้นที่สาธารณะ ก่อนจะปล่อยตัวไป
โฆษกของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ออกมายืนยันว่า มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ในฝั่งอัฒจันทร์ทีมเยือนถูกไล่ออกจากสนาม และจากนั้นถูกจับกุมตัวหลังเหยียดผิวระหว่างการแข่งขันระหว่าง อังกฤษ กับ บัลแกเรีย โดยสนามเวมบลีย์ มีนโยบายที่เข้มงวดต่อกลุ่มคนที่ต่อต้านสังคม และมีพฤติกรรมการแบ่งแยก ใครก็ตามที่มีความผิดจะถูกขับออกจากสนามและรายงานต่อตำรวจทันที
อย่างไรก็ตามถึงแม้จะโดนเหยียดผิวในเกมกับ บัลแกเรีย แต่ สเตอร์ลิ่ง ก็ไม่ได้เอามาใส่ใจ และยังเดินหน้าทำผลงานกับ อังกฤษ ได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยในเกมล่าสุดที่เอาชนะ โคโซโว 5-3 เจ้าตัวก็ได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะแมตช์ หลังซัดไป 1 ประตู และทำไปอีก 3 แอสซิสต์
นอกจากนี้เขายังได้รับคำชื่นชมหลังมอบสตั๊ดให้กับแฟนบอลรุ่นเยาว์รายหนึ่ง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง สเตอร์ลิ่ง เดินไปมอบลายเซ็นให้กับ เจ้าหนูจาค็อป ชอร์ ซึ่งเขาก็ได้ร้องขอรองเท้าที่ สเตอร์ลิ่ง ใส่ลงทำการแข่งขัน ก่อนที่ สเตอร์ลิ่ง จะก้มลงถอดให้ทันที
โดย แดเนี่ยล พ่อของ จาค็อป ซึ่งเล่นฟุตบอลให้กับ โยวิล ทาวน์ รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี บอกว่า บุตรชายของเขาใส่รองเท้าของ สเตอร์ลิ่ง ได้แบบพอดี และมีแผนที่จะใส่รองเท้าคู่นี้ลงแข่งขันฟุตบอลในวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ย.นี้ทันที