โยอาคิม เลิฟ กุนซืออินทรีเหล็ก ส่ง แซร์จ กนาบรี้ , ธิโม แวร์เยอร์ และ ลีออน เร็ตซ์ก้า ลงเป็นสามประสาน
เจ้าบ้าน กดดันก่อนตั้งแต่ต้น ก่อนจะได้ประตูขึ้นนำจาก มาธิอัส กินเธอร์ นาที 41 ตามมาด้วยประตูของ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ครึ่งแรกอินทรีเหล็กนำอยู่ 2-0
ครึ่งหลัง โทนี่ โครส บวกเพิ่ม หนีเป็น 3-0 แต่หลังจากนั้น ลูกทีมของเลิฟเสียจุดโทษ ให้เบลารุส แต่ อิกกอร์ สตาเซวิช ยิงไม่ผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์
ท้ายเกม โทนี่ โครส ยิงประตูที่ 2 ของตัวเองย้ำชัย ให้ เยอรมนี ถล่ม เบลารุสขาดลอย 4-0 การันตีเข้ารอบสุดท้ายแน่นอนแล้ว ตอนนี้ มี 18 แต้ม นำจ่าฝูงกลุ่ม C เหลือเพียงแย่งแชมป์กลุ่มกับเนเธอร์แลนด์ ในนัดสุดท้าย
หลังเกม โยอาคิม เลิฟ ชื่นชมที่ลูกทีมทำสำเร็จตามเป้าหมาย นักเตะมีการเคลื่อนที่ และ จังหวะการเล่นที่ดีขึ้น แต่ยังขอตำหนิ ในช่วงที่ทำพลาดจนเสียจุดโทษ และเรื่องของความเฉียบคม ที่ยังถือว่าต้องแก้ไข และยังถ่อมตัวว่า เยอรมนี ไม่ใช่เต็งแชมป์ยูโรครั้งนี้ด้วย
“โครเอเชีย-ออสเตรีย” กอดคอลิ่วรอบสุดท้ายยูโร
กลุ่ม E คู่ที่น่าสนใจ เป็นเกมระหว่าง โครเอเชีย รองแชมป์โลกปีล่าสุด กับ สโลวาเกีย นัดนี้โครเอเชีย เจ้าบ้านต้องการ 3 แต้มเพื่อเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม
ปรากฎว่า สโลวาเกีย บุกมานำก่อน 1-0 ในครึ่งแรก แต่ โครเอเชีย ก็ยิงคืน 3 ลูกรวด จาก นิโกลา วลาซิช , บรูโน่ เพ็ตโควิช และ อิวาน เปริซิช
โครเอเชีย เอาชนะไป 3-1 มี 17 แต้ม ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม
ขณะที่ กลุ่ม G ได้อีกทีมที่ตามโปแลนด์ เข้ารอบ คือ ออสเตรีย หลังเปิดบ้านเฉือนชนะ นอร์ท มาซิโดเนีย 2-1 จากการทำประตูของ ดาวิด อลาบา และ สเตฟาน ไลเนอร์ ส่วน ทีมเยือนได้ 1 ประตูตีไข่แตกช้า ในช่วงท้ายเกม ทำให้ ออสเตรีย เป็นฝ่ายคว้า 3 แต้ม และผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม G