เกมนี้เป็น เชลซี ที่มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 21 จากจังหวะที่ มาเตโอ โคซาซิช วางบอลให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ตวัดยิงเข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ เชลซี บุกมาขึ้นนำ 1-0
แต่หลังจากนั้นเป็น แมนฯซิตี้ ที่เปิดฉากบุกหนัก ก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 29 เควิน เดอ บรอยน์ ได้โอกาสสับไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลไปแฉลบ เคิร์ท ซูม่า เปลี่ยนทางเข้าประตูไปเลย
ซิตี้ ยังบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 37 ก็มาได้ประตูชัย จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ เลี้ยงบอลหลบ 2 แนวรับเชลซี ก่อนจะยิงเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ช่วย
ให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเฉือนชนะไป 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 28 คะแนน ยังอยู่อันดับ 3 เช่นเดิม โดยมีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูง 9 แต้ม ส่วน เชลซี หยุดสถิติชนะรวด 7 นัด แต่ยังอันดับ 4 มี 26 คะแนนเท่าเดิม
“มูรินโญ่” ประเดิมสวยนำ “สเปอร์ส” เก็บ 3 แต้ม
ปิดท้ายด้วย เกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์ ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่ได้ โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทีมนัดแรก บุกไปเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เกมนี้ สเปอร์ส เปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 35 จาก ซน ฮึง มิน กองหน้าเกาหลีใต้
ก่อนที่นาที 43 สเปอร์ส จะมาได้ประตูหนีห่าง 2-0 ซน ฮึง มิน เปิดบอลให้ ลูคัส มูร่า ชาร์จจ่อๆ เข้าไป
นาทีที่ 49 สกอร์ไหลเป็น 3-0 แซร์จ ออริเย่ร์ เปิดบอลให้ แฮร์รี่ เคน โหม่งเข้าไป เป็นประตูที่ 7 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้
ถึงแม้จะโดนนำห่าง แต่ เวสต์แฮม ก็ไม่ยอมแพ้ นาทีที่ 73 ก็มาได้ประตูตีไข่แตก จากการล้มตัวยิงของ มิคาอิล อันโตนิโอ ช่วยให้ เวสต์แฮม ไล่มาเป็น 2-1
นาทีที่ 88 เวสต์แฮม เกือบได้ประตูที่ 2 จากจังหวะเตะมุม ดีแคลน ไรซ์ ยิงจ่อๆ เข้าไป โดยตอนแรกไลน์แมนไม่ยกธงเป็นลูกล้ำหน้า แต่เมื่อผู้ตัดสินเช็กจากวีเออาร์แล้ว ไรซ์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าทำให้ไม่ได้ประตู
อย่างไรก็ตามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 6 อันเจโล่ อ็อกบอนน่า ก็มากระโดดยิงเข้าไปให้ เวสต์แฮม ไล่มาเป็น 2-3 แต่ก็ทำได้แค่นั้นจบเกม มูรินโญ่ ประเดิมนำ สเปอร์ส คว้าชัยชนะได้ตั้งแต่นัดแรก และเป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 5 เกมของ สเปอร์ส เก็บเพิ่มเป็น 17 คะแนน ขยับมาอยู่อันดับ 9 ส่วน เวสต์แฮม ไม่ชนะใครลีกเป็นเกมที่ 7 ติดต่อกัน มี 13 คะแนน อยู่อันดับ 16