ปอดเหล็กวัย 35 ปี สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักวิ่งคนแรกของโลก ที่วิ่งมาราธอน ด้วยเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง หลังทำสถิติใหม่ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 59.40 วินาที ในโปรเจ็คต์พิเศษ “อีนิออส 1.59 ชาลเลนจ์” ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เมื่อเดือน เม.ย. คิปโชเก้ ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกรีฑาคนแรกที่คว้าแชมป์ ลอนดอน มาราธอนได้ถึง 4 สมัย หลังวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 2 นาที 37 วินาที เป็นสถิติที่ดีที่สุดตั้งแต่มีการแข่งขันมาอีกด้วย ซึ่งสถิติดังกล่าวถือเป็นเวลาใกล้เคียงกับสถิติโลกที่เขาเคยทำได้ในการแข่งขัน เบอร์ลิน มาราธอน ปี 2018 มากที่สุด โดยใน เบอร์ลิน มาราธอน คิปโชเก้ ทำเวลาได้ ที่ 2 ชั่วโมง 1 นาที 39 วินาที
จากผลงานอันยอดเยี่ยมดังกล่าวทำให้ คิปโชเก้ เบียดทั้ง แซม เคนดริกส์, โนอาห์ ไลเลส สองนักวิ่งชาวอเมริกัน, โจชัว เชปเตกี นักวิ่งชาวอูกันด้า และ คาร์สเทน วอร์โฮล์ม ยอดนักวิ่งข้ามรั้วชาวนอร์เวย์ คว้ารางวัลนักกรีฑาชายยอดเยี่ยมประจำปีของสหพันธ์กรีฑานานาชาติ หรือ “เวิลด์ แอธเลติกส์” ไปครองได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
โดยหลังรับรางวัล ในงานที่จัดขึ้นในราชรัฐโมนาโก คิปโชเก้ กล่าวว่า เขาหวังว่า การวิ่งของเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับบรรดานักวิ่งทุกคน เขามีความสุขมากที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ และหวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนรุ่นต่อไป
ขณะที่รางวัลนักกรีฑาหญิงยอดเยี่ยมตกเป็นของ ดาลิลาห์ มูฮัมหมัด ลมกรดดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกชาวอเมริกัน ที่เพิ่งทำลายสถิติโลกวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรหญิง ในกรีฑาชิงแชมป์โลก ที่ประเทศกาตาร์ เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ด้วยเวลา 52.16 วินาที ทำลายสถิติโลกเดิมของตัวเองที่ทำไว้ 52.20 วินาที ในกรีฑาคัดเลือกตัวแทนทีมชาติสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
ส่วนรางวัลนักกรีฑาดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม เป็นของ เซเลมอน บาเรก้า ปอดเหล็กวัย 19 ปีชาวเอธิโอเปีย และรางวัลนักกรีฑาดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยม เป็นของ ยาโลสลาว่า มาฮุคชิน เจ้าของเหรียญเงินกระโดดสูงหญิงในกรีฑาชิงแชมป์โลกที่กาตาร์