เกมในรอบ 16 ทีมนัดแรก ไลป์ซิก เป็นฝ่ายบุกไปเก็บชัยขนะมาก่อน 1-0 เกมนี้ขุมกำลังพร้อมกว่า ได้ ติโม แวร์เนอร์ กลับมาช่วยในเกมรุก
ส่วน สเปอร์ส ระส่ำหนัก นอกจากจะไม่มี เคน และ ฮึนมินแล้ว สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์ ก็เพิ่งเจ็บจากเกมลีกนัดล่าสุด นัดนี้ ฝากความหวังไว้ที่ เดเล อัลลี, ลูคัส มูร่า และ เอริค ลาเมลา ไลป์ซิ ห่าง 2-0 ตั้งแต่ช่วง 20 นาทีแรก จาก มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ทั้ง 2 ประตู
แม้ครึ่งหลัง สเปอร์ส จะมีโอกาสในพื้นที่สุดท้ายบ้าง แต่จบไม่ได้ กลายเป็นเจ้าบ้านมานำอีกในช่วงท้ายเกม จาก เอมิล ฟอร์สเบิร์ก จบเกม ไลป์ซิก เอาชนะไป 3-0 รวม 2 นัดสกอร์ 4-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ส่วนสเปอร์ส รองแชมป์ตกรอบ และไม่มีชัยชนะติดมือ มา 6 เกมติดต่อกัน รวมทุกรายการ
มูรินโญ่ ยอมรับว่า ไลป์ซิกควรค่าแก่ชัยชนะ พวกเขาเหนือกว่าทุกอย่าง ทั้งเรื่องสภาพร่างกาย , จังหวะ , การโต้กลับ ,การดวลตัวต่อตัว ยอดเยี่ยมทั้งหมด และเมื่อมองไปที่ม้านั่งสำรองก็เป็นผู้เล่นที่มีแต่คุณภาพ และความผิดพลาดของเราหลังจากเสีย 2 ประตู มันเป็นเรื่องยากมากที่จะกลับมาเอาชนะ
ผมไม่สามารถตำหนิลูกทีมได้ เพราะพวกเขาทำอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่ผมต้องการแล้ว เราคุยกันทุกวันถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แมตช์ต่อแมตช์ ว่าเป็นเพราะอะไร เรื่องตัวนรักเตะเจ็บ ผมไม่อยากพูดตอนนี้ ผมพูดมาตลอดตั้งแต่อูโก้ โยริสเจ็บ
แม้จะมีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นเป็นหลัก แต่ มูรินโญ่ บอกว่าไม่จำเป็นต้องเสริมทัพครั้งใหญ่ในซัมเมอร์ ถ้าไม่มีใครเจ็บเพิ่มอีกในช่วงยูโร เรากำลังจะได้ซิสโซโก้ ,เคน,ซน,เบิร์กไวจ์กลับมา นี่ก็คือทีมใหญ่สำหรับเราแล้ว และผมเชื่อว่าเราจะกลับมามีผลการแข่งขันที่ดีได้
ผลงานไม่ชนะใคร 6 เกมติด ทำให้แฟนบอลเริ่มเดือด ออกมาติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์ #JoseOut #PochIn ส่วนใหญ่บอกว่าถึงเวลาที่ทีมต้องแก้ปัญหา ด้วยการไล่มูรินโญ่ออกไปได้แล้ว
ส่วนไลป์ซิก แม้จะชนะเข้ารอบ แต่ เสีย นอร์ดี มูคิเอเล่ เซ็นเตอร์แบ็คของทีม ที่หมดสติหลังถูกลูกฟุตบอลอัดเข้าหน้า และจังหวะที่หมดสติลงไปนอนกัดพื้น กัดลิ้นตัวเอง จนถูกหามออกจากสนาม