เกมที่เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ เมื่อคืนนี้ แมนฯยู จัดเต็มเกมรุกทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์ซิยาล, บรูโน่ แฟร์นานเดส และ เอดินสัน คาวานี่ ลงสนามไปฉลองวันเกิดครบ 34 ปี แต่เริ่มเกมได้แค่ 83 วินาที เจ้าบ้านเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน คอเนอร์ กัลลาเกอร์ เปิดบอลเข้ามา เอ็มบาย ดิยาญ ขึ้นโหม่งจ่อๆ ให้ เวสต์บรอมฯ นำ 1-0
ก่อนจบครึ่งแรกนาทีเดียว ลุค ชอว์ พาบอลไปสุดเส้นหลังแล้วเปิดกลับมาหน้าประตู บรูโน่ เอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยซ้าย ตีเสมอให้ แมนฯยู ไล่มา 1-1
แมนฯยู บุกหนักแต่ก็ยังทำไม่ได้ แถมยังโดนริบจุดโทษคืนจังหวะที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดนดึงล้ม แต่ผู้ตัดสินดู VAR แล้วไม่ให้ กระทั่งจบ 90 นาที ไม่มีประตูเพิ่ม แมนฯยู พลาดเก็บชัยชนะในลีกเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกัน แต่ยังคงรั้งรองจ่าฝูง ตาม แมนฯซิตี้ 7 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด
โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ให้สัมภาษณ์ว่า เกมนี้เล่นกันแบบอึดอัด ตั้งแต่ต้น และลูกทีมของเขาก็มีข้อผิดพลาดในเรื่องของการเคลียร์บอล แต่ถึงจะเล่นด้วยความกดดัน ก็ยังได้เห็นทัศนคติดีๆ ที่พยายาม จะทำประตูให้ได้ โดยเฉพาะการทำประตูของ บรูโน่ แฟร์นานเดส
ส่วนเรื่องการลุ้นแชมป์ แม้จะห่างจากซิตี้ ถึง 7 แต้ม แต่ โซลชาร์ บอกว่ายังไม่ยอมแพ้ เพราะฤดูกาลยังไม่จบ และเขายังมั่นใจว่าทีมจะสามารถกลับมาคืนฟอร์มได้แน่นอน
ขณะที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ถูกแฟนบอลคอมเมนต์เหยียดผิวในโซเชียลมีเดีย หลังไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะ เสมอกับเวสต์บรอม ไป 1-1 โดย ทรอย ทาวน์เซ่นด์ ตัวแทนของ คิก อิท เอาท์ องค์กรต่อต้านการเหยียดผิวในวงการกีฬา ได้ออกมาทวีตประณามการกระทำของแฟนบอลกลุ่มดังกล่าว และยืนยันว่าจะมีการหารือกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก โดยก่อนหน้านี้ อักเซล ตวนเซเบ้ และ รีซ เจมส์ ก็ถูกแฟนบอลเหยียดผิว ก่อนที่แมนฯยูไนเต็ด และ เชลซี จะออกมาปกป้องนักเตะและหาตัวคนผิดมาลงโทษ