โธมัส ทูเคิ่ลยอมรับว่าภาพรวมนักเตะเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง ตั้งรับดีทั้งเกม แต่ยังขาดเรื่องของความใจเย็น และความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย ส่วนประตูที่เสียไป ก็มาจากการเสียสมาธิเล็กๆน้อยทั้งที่ตั้งรับได้ดีทั้งแมตช์. ส่วนประเด็นที่ ติโม แวร์เนอร์ พลาดทั้งที่ได้ยิงจ่อๆ แต่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ป้องกันไว้ได้ ทูเคิ่ล ปกป้องลูกทีมว่า เขาพลาดครั้งใหญ่ เหมือนกับตอนที่พลาดในเกมเวสต์แฮมก็จริง แต่มันไม่ใช่เวลาที่จะต้องมานั่งร้องไห้ เสียใจ เขาเป็นคนทำงานหนักอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นยังมีโอกาสให้ได้แก้ตัวในเกมหน้า
ส่วน ซีเนดีน ซีดาน มองว่าผลเสมอเกมนี้ ยุติธรรมที่สุดแล้ว ส่วนเลกสองแน่นอนว่า ทุกคนมุ่งมั่นจะไปเอาชนะที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ให้ได้ แต่การเสมอในเกมนี้ ทำให้ ซีดาน ยังไม่สามารถล้างสถิติไม่เคยเอาชนะในการเจอกับทูเคิ่ลได้เลย ตลอด 5 ครั้ง
2016 : ดอร์ทมุนด์ 2-2 เรอัล มาดริด
2016 : เรอัล มาดริด 2-2 ดอร์ทมุนด์
2019 : เปแอสเช 3-0 เรอัล มาดริด
2019 : เรอัล มาดริด 2-2 เปแอสเช
2021 : เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี
ส่วน คาริม เบนเซม่า ตอนนี้ ขึ้นมาทาบสถิติดาวซัลโว ของ ราอูล กอนซาเลซ ที่ 71 ประตูแล้ว แต่ยังเป็นรอง ทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , ลิโอเนล เมสซี่ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
ดาวซัลโว แชมเปี้ยนส์ลีก
โรนัลโด้ 134 ประตู
เมสซี่ 120 ประตู
เลวานดอฟสกี้ 73 ประตู
เบนเซม่า, ราอูล 71 ประตู
ขณะที่ คริสเตียน พูลิซิช ที่พักหลังได้รับโอกาสลงตัวจริงบ่อยขึ้น ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ ประตูที่เขาทำให้เชลซีขึ้นนำ ทำให้เจ้าตัว กลายเป็นนักเตะอเมริกันที่ทำประตูสูงสุดในแชมเปี้ยนส์ลีก และเป็นคนแรกที่ทำประตูในรอบรองชนะเลิศได้ด้วย
แข้งอเมริกัน ทำประตูสูงสุด ในแชมเปี้ยนส์ลีก
-คริสเตียน พูลิซิช 5 ประตู (*คนแรกที่ยิงประตูในรอบรองฯ)
-ดามาร์คัส บีสลีย์ 4 ประตู
-ฟาเบียน จอห์นสัน, เจอร์เมน โจนส์ .เวสตัน แม็คเคนนี่ คนละ 2 ประตู
ด้าน เอเด็น อาซาร์ ที่ถูกเปลี่ยนลงสนามในครึ่งหลัง ก็ให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีหลังจบเกม บอกว่ารู้สึกดีทั้งการได้กลับมาเล่นฟุตบอลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีร่างกายที่ดีพอจะเล่นฟุตบอลต่อไปได้ และมีความสุขที่ได้เจอกับเพื่อนเก่าอีกครั้ง