แมนฯ ซิตี้ แม้เกมนี้ต้องการคว้าชัยชนะเพื่อแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ เป๊ป กวาดิโอล่า ก็มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่งจากเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ ที่ชนะ เปแอสเช โดยเหลือเพียง เอแดร์ซอน กับ รูเบน ดิอาส ที่มาจากตัวจริงในเกมนั้น โดยเกมรุกเป็น ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่ และ กาเบรียล เชซุส
ทางฝั่ง โทมัส ทูเคิ่ล กุนซือเชลซี เปลี่ยนถึง 5 ตำแหน่งจากเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ชนะ เรอัล มาดริด โดย รีช เจมส์บิลลี่ กิลมอร์ มาร์กอส อลอนโซ่ ฮาคิม ซิเย็ค และ คริสเตียน พูลิซิซ ถูกเรียกกลับมาสตาร์ต
เกมช่วง 15 นาทีแรกทั้งสองทีมเรียกว่ายังดูเชิง และไม่มีโอกาสเข้าทำในกรอบมากเท่าใดนัก
นาที 32 แม้ ติโม แวร์เนอร์ จะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายแต่ผู้ตัดสินยกธงว่าดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ล้ำหน้า
GOAL....!!!
ก่อนจบครึ่งแรกนาทีเดียว กลายเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ กา่เบรียล เชซุส จ่ายมาให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่จับไม่ดี แต่บอลมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยิงเข้าไป และถือเป็นประตูแรกในรอบ 11 สัปดาห์ของ สเตอร์ลิ่ง ด้วยเช่นกัน
Penalty Kick.....NO GOAL
ก่อนที่ในช่วงทดเจ็บ เชลซี จะมาเสียจุดโทษ เมื่อ บิลลี่ กิลมอร์ ไปพลาดทำฟาวล์ เชซุส ในเขตโทษ และเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ รับหน้าที่สังหารแต่ชิพเบาไปเข้ามือ เมนดี้ รับสบาย ทำให้จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ นำเพียง 1-0
กลับมาครึ่งหลังนาที 52 ฮาคิม ซิเย็ค ได้ยิงเข้ากรอบเป็นครั้งที่ 2 แต่ก็ยังไปเข้าซอง เอแดร์ซอน
GOAL....!!!
แต่แล้ว นาที 63 ฮาคิม ซิเย็ค ที่เป็นคนยิงประตูชัย ส่งแมนฯ ซิตี้ ตกรอบ ก็มายิงด้วยซ้ายเท้าถนัดบอลเสียบเสาตีเสมอให้เชลซี เป็น 1-1
นาที 79 แม้ ติโม แวร์เนอร์ จะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอีกครั้ง แต่จังหวะได้บอลก่อนหน้านั้นก็อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
ถัดมาอีก 2 นาที แม้ คัลลั่น ฮัดสัน โอดอย จะเอียงตัวยิงด้วยขวาเข้าไป แต่ถูกจับล้ำหน้าอีกครั้ง เชลซี ยังไม่สามารถแซง แมนฯ ซิตี้ ได้
GOAL....!!!
ช่วงทดเจ็บ นาที 90+2 กลายเป็น เชลซี ที่มาได้ประตูชัย จากจังหวะที่ ติโม แวร์เนอร์ ตบมาให้ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่ได้ยิงในจังหวะสุดท้ายเข้าไป จบเกม เชลซี พลิกมาชนะ 2-1 ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่ได้แชมป์ในฤดูกาลนี้ แต่ถ้าในเกมวันอาทิตย์ แมนฯ ยูฯ แพ้แอสตัน วิลล่า แชมป์ก็เป็นของ ซิตี้ โดยอัตโนมัติ