หลังจากที่ฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2020-2021 สนาม อตาเติร์ก สเตเดี้ยม ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ถูกวางให้เป็นสังเวียนในรอบชิงชนะเลิศ แต่จากสถานการณ์การระบาดของของโควิด-19 อย่างหนักในประเทศตุรกี จนตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้นพุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของยุโรปเวลานี้ ทำให้ตุรกีต้องมีการล็อคดาวน์เต็มรูปแบบอยู่ในเวลา และจะไปสิ้นสุดในวันจันทร์ที่ 17 พ.ค.นี้
ขณะที่คู่ชิงศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ เป็นการโคจรมาเจอกันของ 2 ทีมพรีเมียร์ลีก ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว น่าจะสร้างปัญหาให้กับแฟนบอลอังกฤษรวมถึงแฟนบอลราวๆ 8,000 คนในการเดินทางไปชมการแข่งขัน ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 พ.ค.นี้ รวมถึงได้มีการเสนอให้มีทางเลือกเปลี่ยนมาแข่งยังสนาม เวมบลีย์ ในประเทศอังกฤษ แต่จากการทีรัฐบาลสหราชอาณาจักร ไม่มีการผ่อนปรน ให้เจ้าหน้าที่ยูฟ่า และผู้สนับสนุน โดยต้องทำการกักตัว 10 วันเมื่อมีการเดินทางเข้าประเทศ
ล่าสุดทางยูฟ่า ได้ประกาศให้ สนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา ในเมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส เป็นสังเวียนนัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้แทนแล้ว เพราะทางโปรตุเกส ถือเป็นประเทศที่อยู่ในบัญชีสีเขียวของรัฐบาลอังกฤษซึ่งแฟนๆ สามารถเดินทางไปได้ และกลับมาโดยที่ไม่ต้องกักตัว เช่นเดียวกับผู้เล่นที่จะมีผลเมื่อกลับมา จะสามารถเตรียมตัวลุยศึกฟุตบอลยูโร 2020 ได้ทันเวลา
ทั้งนี้แฟนบอลของทั้ง 2 ทีมจะสามารถเข้าชมได้ฝ่ายละ 6,000 คน หรือคิดเป็น 25 เปอร์เซนต์ของความจุ 50,035 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังถือเป็นปีที่ 2 ที่เกมนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จัดที่โปรตุเกส