แม้จะเป็นที่ถกเถียงกันว่า ใครเป็นกุนซือที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีก ทั้งจากผลงานการพาทีมประสบความสำเร็จ นำถ้วยแชมป์มาสู่สโมสร หรือการพาทีมสร้างมูลค่าทางการตลาดจนได้รับความนิยมจากแฟนบอลทั่วโลก แต่ถ้าหากนับเฉพาะการพาทีมเก็บแต้มเฉลี่ยต่อนัดมากสุดในพรีเมียร์ลีก ชื่อของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯซิตี้ ยังคงครองตำแหน่งแชมป์นี้ โดย เป๊ป ได้พาทีมเรือใบสีฟ้า เก็บแต้มได้ เฉลี่ย 2.34 แต้มต่อนัด นับตั้งแต่เข้ามารับงาน เมื่อปี 2016 ซึ่งมาจากการที่เขาพาทีมชนะได้ถึง 138 เกม จากทั้งหมด 187 นัด
หากเทียบเรื่องแต้มต่อนัดของ เฟอร์กูสัน แล้วนั้น กวาร์ดิโอล่า ยังทำได้มากกว่า เซอร์อเล็กซ์ ถึง 0.18 แต้มต่อเกมเลยทีเดียว
โดย 5 กุนซือที่พาทีมแชมป์เก็บแต้มเฉลี่ยมากสุด มีดังนี้
1. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 2.34 คะแนน/นัด
2. เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 2.16 คะแนน/ นัด
3. อันโตนิโอ คอนเต้ 2.14 คะแนน/นัด
4.เจอร์เก้น คล็อปป์ 2.09 คะแนน/นัด
5.โรแบร์โต้ มันชินี่ 2.05 คะแนน/นัด
นอกจากนี้ เป๊ป ยังยอมรับว่า เขาเสพติดการคุมทีมเรือใบสีฟ้า และจะขอยกระดับทีมต่อไปเรื่อยๆ จนไม่อาจจะอำลาทีมไปได้ในเวลานี้เลย โดย เป๊ป บอกว่า "การคุม แมนฯซิตี้ มันเหมือนการเสพติดและทำไมคุณต้องหยุดเมื่อยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่ ทำไมเราไม่พยายามปรับปรุงให้มันดีขึ้นอีก ทำไมเราไม่ปรับปรุงแผนการเล่นและเกมของเรา เมื่อยังสามารถทำได้ เขายังคงมองเห็นสิ่งต่างๆในการซ้อม เราต้องปรับปรุงมันให้ดีสำหรับเกมชิงชนะเลิศ และเมื่อไหร่ก็ตามที่ความสุขกับการได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไม่ใช่สิ่งพิเศษ มันก็ถึงเวลาที่ต้องบอกลา แต่เขายังมีความปรารถนาที่จะคว้าชัย และนักเตะยังรักที่จะเล่นฟุตบอล ดังนั้นเราจะเดินหน้ากันต่อไป"
ทั้งนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพิ่งต่อสัญญาใหม่กับทีมออกไปจนถึงปี 2023 ซึ่งหากเขาอยู่จนครบสัญญา ก็จะทำให้เขาอยู่คุมทีมนานถึง 7 ปี เลยทีเดียว
ส่วนความพร้อมในการบุกเยือน นิวคาสเซิล คืนนี้เวลาตี 2 โดยถ้าในเกมนี้ ทีมเรือใบสีฟ้า ไม่แพ้ก็จะทำสถิติใหม่ด้วยการไร้พ่าย 23 นัดในเกมเยือนติดต่อกันรวมทุกรายการ และเมื่อนับทั้ง 4 ลีกอาชีพของอังกฤษ ก็จะทำลายสถิติของ น็อตต์ส เคาน์ตี้ ในปี 2012 ที่เล่นในลีก วัน ได้สำเร็จ
สภาพทีมเกมนี้จะไม่มี เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งมีปัญหาที่กล้ามเนื้อ ไม่พร้อมลงเล่น แต่จะได้ข่าวดี เมื่อจะได้ จอห์น สโตนส์ พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้ง การจัดทัพคาดมีการโรเตชั่น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า แกนหลักมี เอแดร์ซอน เฝ้าเสา –แผงหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ -กองกลาง แบร์นาร์โด้ ซิลวา, แฟร์นันดินโญ่, อิลคาย กุนโดกัน –3ประสานแนวรุก ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่, ฟิล โฟเด้น
ส่วนฝั่งเจ้าถิ่น นิวคาสเซิล จะไม่มี คัลลั่ม วิลสัน กองหน้าตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า รวมถึง ฟาเบียน แชร์ ที่ติดโทษแบน และ คาร์ล ดาร์โลว์, ไอแซ็ค เฮย์เด้น, จามาล ลาสเซลล์ส , ไรอัน เฟรเซอร์ ที่ยังเจ็บอยู่ทั้งหมด แต่ยังมีข่าวดีที่จะได้ โจ วิลล็อค กลับมาฟิตพร้อมลงสนาม ร่วมกับ จอนโจ เชลวี่ย์, มิเกล อัลมิรอน และ อัลล็อง แซงต์ มักซิแม็ง