เมื่อวานนี้ หนังสือพิมพ์อาซาฮี ซิมบุน สำนักข่าวที่เป็นสปอนเซอร์หลักสนับสนุนการจัดการแข่งขัน โตเกียวเกมส์ หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า โอลิมปิกเกมส์ 2020 ได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการพิเศษเรียกร้องไปยังผู้นำประเทศ นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูงะ เพื่อให้ยกเลิกการจัดงาน และในวันเดียวกัน เมื่อวานนี้ทางผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อของญี่ปุ่นก็ได้ร่วมกันส่งหนังสือไปยัง องค์การอนามัยโลก
จุดประสงค์คือเพื่อให้ ทางอนามัยโลกเข้าตรวจสอบแนวทางที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC ออกระเบียบมาว่า แนวทางที่ใช้นั้นปลอดภัยเพียงพอที่จะจัดการแข่งขันโอลิมปิกในญี่ปุ่นหรือไม่ หากทางอนามัยโลกตอบรับ นี่จะเป็นครั้งที่ 2 ที่อนามัยโลกต้องเข้าตรวจสอบการจัดการแข่งขันโอลิมปิก
ก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2016 กับการแข่งขันโอลิมปิกในนครรีโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล เนื่องจากในตอนนั้นกำลังมีการระบาดของไวรัสซิก้า ที่มียุงเป็นพาหะ แต่ในที่สุดทางอนามัยโลกระบุว่า ความเสี่ยงนั้นต่ำเกินไป และปลอดภัยพอที่จะจัดงาน
อย่างไรก็ตามวิกฤตโรคระบาดรอบนี้ควบคุมยากกว่า เพราะโควิด-19 แพร่กระจายผ่านละอองฝอยในอากาศ
ดังนั้นแล้วบรรดาผู้เชี่ยวชาญจึงออกมาแสดงความกังวล เนื่องจากการแข่งขันโอลิมปิกจะเป็นการรวมตัวของนักกีฬาจากทั่วโลก โดยคาดกันว่าจะมีนักกีฬาเข้าร่วมมากถึง 10,000 คน สตาฟอีกอย่างน้อย 4,000 คน
ภายใต้การระบาดเช่นนี้ การจัดการเพื่อป้องกันนับเป็นงานที่ยากเอาการ เนื่องจากทางคณะผู้จัดต้องควบคุมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคนต่อสถานที่แข่งขัน ระยะเวลาที่ควรจะอยู่ในห้องนั้นว่าไม่ควรเกินเท่าไหร่ ไปจนถึงมาตรการอื่นๆ ยิบย่อยอย่าง การวัดอุณหภูมิและทำความสะอาดพื้นผิว
ภายใต้เงื่อนไขยากเช่นนี้ หลายฝ่ายก็เลยออกมาแสดงความเห็นว่าควรยกเลิกการแข่งขันโอลิมปิกไปเลย ซึ่งไม่เพียงแต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่การยกเลิกนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนชาวญี่ปุ่นด้วย โดยผลสำรวจที่ออกมาเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมชี้ว่า ร้อยละ 80 ของประชาชนที่เข้ารับการสำรวจคิดว่าควรจะยกเลิกการจัดงาน โดยนับตั้งแต่เข้าเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา จำนวนผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มากกว่า 6,000 รายต่อวัน และปัจจุบันค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อใหม่อยู่ที่ราว 4,500 ราย หรือเรียกได้ว่ายังลงมาไม่มากนัก
หนักที่สุดคือเมืองโอซากา ที่มีรายงานว่า เตียงพยาบาลและเครื่องช่วยหายใจกำลังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยรายงานระบุว่า ในระลอกล่าสุดนี้มีผู้ป่วยเพียงร้อยละ 14 เท่านั้นที่ได้รับการรักษา ที่เหลือต้องดูแลตนเองเท่าที่ทำได้ที่บ้าน จึงเป็นเหตุผลหลักที่หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ยกเงิกการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ หรืออีกราว 2 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ทางผู้จัดงานออกมาแถลง ยังคงยืนยันที่จะจัดงานต่อ โดยระบุว่า ในการตรวจมีโค้ชเพียงคนเดียวที่ติดเชื้อ จากการทดสอบทั้งหมด 4 รายการที่มีผู้เข้าร่วมถึง 7,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงนักกีฬาต่างประเทศที่เริ่มเดิรทางมาเก็บตัวกันแล้วด้วย บ่งชี้ว่ามาตรการป้องกันนั้นได้ผลดี
ท่ามกลางการถกเถียงว่าจะยกเลิกหรือจัดงานต่อ ก่อนหน้านี้ก็มีประเด็นที่ว่า สหรัฐฯ ออกมาแนะนำว่าไม่ควรเดินทางไปญี่ปุ่น โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางกระทรวงการต่างประเทสสหรัฐฯ ออกคำแนะนำงดเดินทางไปญี่ปุ่น แต่ไม่ได้กล่าวเจาะจงถึงมหกรรมโอลิมปิก ส่งผลให้ประเด็นนี้หลายฝ่ายมองว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และท่าทีของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้นักกีฬาประเทศอื่นๆ ถอนตัวตาม หากมีการถอนตัวเกิดขึ้น
ล่าสุดในวันนี้ ก่อนที่จะเป็นประเด็นใหญ่โต ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องออกมาแสดงจุดยืนว่ายังคงสนับสนุนการจัดการแข่งขัน
อีกประเด็นที่สร้างความกังวลก็คือ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนน้อยมาก โดยปัจจุบันจำนวนประชากรที่ฉีดครบโดสมีเพียง 2.9 ล้านคนเท่านั้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.3 ของประชากรทั้งหมด 126 ล้านคน เรียกได้ว่า โอลิมปิกที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เผชิญกับปัจจัยเสี่ยงในหลายด้านตั้งแต่การระบาดระลอกใหม่ ไปจนถึงอัตราการฉีดวัคซีนของเจ้าบ้านที่ยังต่ำ