ทีมชาติอังกฤษ ลงเล่นยูโรรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายที่เวมบลีย์ เจอกับ สาธารณรัฐเช็ก เกมนี้ เซาธ์เกต ยังส่ง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ออกสตาร์ทเหมือนเดิม แม้จะโดนกระแสวิจารณ์หนัก ปรากฎว่า สเตอร์ลิ่ง เป็นคนทำประตูชัยให้ อังกฤษ เฉือนชนะ เช็ก 1-0 ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มแบบไม่เสียประตู และเป็นการเก็บคลีนชีตทัวร์นาเมนต์ ระดับเมเจอร์ในรอบนี้ได้ 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1966
เซาธ์เกต ยอมรับว่าเขามีความสุขและประทับใจมากเมื่อกำลังคิดภาพที่ได้ลงเล่นในเวมบลีย์ต่อ และไม่ว่าจะเจอทีมไหนในรองแชมป์กลุ่ม F เขาก็มองว่าถ้าจะเป็นแชมป์ก็ต้องผ่านทีมเหล่านี้ไปให้ได้ทุกทีม
กุนซือสิงโต ยังเอ่ยปากชม บูกาโย่ ซาก้า ด้วยว่า เล่นได้โดดเด่นมาก ทั้งความนิ่งภายใต้แรงกดดันหรือสถานการณ์คับขัน และยังเล่นได้ฝั่งซ้ายขวา ซึ่งสร้างปัญหาในเกมรับของคู่แข่งได้มาก เขาดีใจที่ซาก้า ทำได้ดีในการได้รับโอกาสแต่ละครั้ง
ส่วนประเด็นที่ไม่ใส่ ฟิล โฟเด้น ในเกมนี้ เพราะได้รับใบเหลืองไปแล้ว เขากลัวว่าแข้งเรือใบสีฟ้าจะโดนแบนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
อีกประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ คือ การฉลองประตูหลังจากที่ สเตอร์ลิ่ง ยิงได้ ปรากฎว่ากล้องถ่ายทอดสด จับไปที่กลุ่มแข้งสิงโตดีใจ แต่กลายเป็น ซาก้า ที่แย่งซีน ด้วยการถอดเสื้อสะอกสะใจยกใหญ่ ทำเอา สเตอร์ลิ่ง ถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจ และอีกเรื่องคือการถอดเสื้อกอดกันแบบนี้ ทั้งแฟนบอลและกูรู วิจารณ์ว่าไม่ควรทำเพราะเพิ่งเกิดกรณีของ เมสัน เมาท์ กับ เบน ชิลเวลล์ ที่ไปกอด บิลลี่ กิลมอร์ จนต้องกักตัว
ซึ่งในขณะที่ทีมกูรูกำลังวิเคราะห์วิจารณ์ กล้องก็จับภาพไปที่ข้างสนาม ที่ ดีแคลน ไรซ์ ยืนคุยกับ โทมัส ซูเช็ค อยู่แบบไม่ใส่หน้ากากอนามัย จนเจ้าหน้าที่ต้องเดินเข้ามาตักเตือนและให้หน้ากากไปใส่