ติเต้ กุนซือบราซิล ดีกรีแชมป์เก่าเกมนี้ไม่มี กาเบรียล เชซุส ที่ติดโทษแบนหลังจากถูกไล่ออกในเกมล่าสุดที่ชนะ ชิลี มาได้ โดยเป็น เอเวอร์ตอน ที่ได้ลงมาเล่นแทน ด้าน ลูคัส ปาเกต้า เบียด โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ลงเป็นตัวจริง
เปรู ของกุนซือ ริคาร์โด้ กาเรก้า พลิกเข้ามาในรอบรองฯ หลังชนะจุดโทษ 4-3 จากการที่เสมอ ปารากวัย ในเวลา 3-3 เกมนี้ไม่มี อันเดร การ์รีโย่ ที่ถูกใบแดงไล่ออกในเกมเดียวกันทำให้ มิเกล เตราโก้ ลงมายืนในแดนกลางแทน
นาทีที่ 13 บราซิล มีโอกาสก่อน กาเซมิโร่ ยิงฟรีคิกระยะไกล เปโดร กาเยเซ่ ซองแตก แต่ผู้เล่นบราซิลตามซ้ำไม่ทัน
นาทีที่ 19 เปโดร กาเยเซ่ โชว์เซฟถึง 2 ครั้งจาก เนย์มาร์ ที่ยิงก่อน และ ริชาร์ลิซอน ที่ตามซ้ำ
เกมผ่านครึ่งชั่วโมง ยังคงเป็น บราซิล เป็นฝ่ายครองบอลบุกเข้าใส่อยู่ฝ่ายเดียว
นาทีที่ 35 บราซิล ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เนย์มาร์ ดึงผู้เล่น เปรู 3 คนก่อนจ่ายไปให้ ลูคัส ปาเกต้า ยิงด้วยซ้ายเข้าไป
ช่วงท้ายครึ่งแรก เปรู มีโอกาสขึ้นเกมบุก แต่จังหวะสุดท้าย ไปได้ไม่สุด จบครึ่งแรก บราซิล นำ 1-0
กลับมาครึ่งหลัง นาทีที่ 49 เปรู มีโอกาสดีที่สุด เมื่อได้กดยิงเต็มๆ แต่ เอแดร์ซอน ยังปัดทิ้งเอาไว้ได้
เกมผ่านหนึ่งชั่วโมง เปรู ถือว่าทำได้ดีกว่าครึ่งแรก แต่เหลือเพียงจังหวะสุดท้ายที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์และกลับมาสู่เกมได้
นาที 81 เปรู พลาดได้ประตูตึเสมอ อเล็กซานเดอร์ คัลเลน ได้โหม่งจากจังหวะฟรีคิกบอลหลุดกรอบออกไป
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม บราซิล ชนะ 1-0 ผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์ และลุ้นแชมป์รายการนี้สมัยที่ 10