ปรีวิวฟุตบอล ยูโร 2020
นัดชิงชนะเลิศ
อาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564
อิตาลี-อังกฤษ
สนาม : เวมบลีย์ (ลอนดอน,อังกฤษ) เวลาคิกออฟ : 02.00 น.
ผู้ตัดสิน : บียอร์น ไคเปอร์ส (เนเธอร์แลนด์ )
ผลงานการพบกันในรายการใหญ่
รอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2014 : อังกฤษ 1-2 อิตาลี
รอบ 8 ทีม ยูโร 2012 : อังกฤษ แพ้จุดโทษ อิตาลี 2-4
ชิงอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 1990 : อังกฤษ 1-2 อิตาลี
รอบแบ่งกลุ่ม ยูโร 1980 : อังกฤษ 0-1 อิตาลี
ซูเปอร์คอมฯ ทำนาย อังกฤษ เข้าชิงยูโร 2020 ก่อนแพ้ ฝรั่งเศส
ผลงานการพบกัน 5 นัดที่ผ่านมา
28 มี.ค.2018 อังกฤษ 1-1 อิตาลี อุ่นเครื่อง
1 เม.ย.2015 อิตาลี 1-1 อังกฤษ อุ่นเครื่อง
15 มิ.ย.2014 อังกฤษ 1-2 อิตาลี (รอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก)
16 ส.ค.2012 อังกฤษ 2-1 อิตาลี อุ่นเครื่อง
25 มิ.ย.2012 อังกฤษ 0-0 อิตาลี (อิตาลี ชนะจุดโทษ 4-2) รอบ 8 ทีมยูโร
อิตาลี
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
6 ก.ค.2021 เสมอ สเปน 0-0 (กลาง, 120 นาที เสมอ 1-1 ชนะจุดโทษ 4-2) ยูโร 2020
3 ก.ค.2021 ชนะ เบลเยียม 2-1 (กลาง) ยูโร 2020
27 มิ.ย.2021 เสมอ ออสเตรีย 0-0 (กลาง,ต่อเวลาพิเศษชนะ 2-1) ยูโร 2020
20 มิ.ย.2021 ชนะ เวลส์ 1-0 (เหย้า) ยูโร 2020
17 มิ.ย.2021 ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 3-0 (เหย้า) ยูโร 2020
สภาพทีมอิตาลี
โรแบร์โต้ มันชินี่ พาทีมอิตาลี ไม่แพ้มา 33 นัดติดต่อกัน และน่าจะยึดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดเหมือนในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่ชนะสเปน ในการดวลจุดโทษ 4-2 นำโดย 3 ประสานในแนวรุกอย่าง เฟเดริโก้ เคียซ่า, ชิโร่ อิมโมบิเล่ และ ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ ส่วน โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ รอเปลี่ยนเกมอยู่ที่ข้างสนาม แดนกลาง จอร์จินโญ่ ที่เล่นได้เด่นในทัวร์นาเมนต์นี้ จะเชื่อมเกมกับ นิโคโล่ บาเรลล่า และ มาร์โก แวร์รัตติ แนวรับ 4 คนเ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ยืนคู่เซ็นเตอร์กับ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และใช้ โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ เติมเกมทางขวา ส่วน เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ อยู่ทางซ้าย โดยมี จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เฝ้าเสา ส่วน เลโอนาร์โด สปินัซโซล่า แบ็คจอมบุกที่เจ็บเอ็นร้อยหวายฉีก ในเกมชนะ เบลเยี่ยม พักยาวไปแล้ว 4 เดือน
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
อิตาลี (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า; โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่; นิโคโล่ บาเรลล่า, จอร์จินโญ่, มาร์โก แวร์รัตติ ; เฟเดริโก้ เคียซ่า, ชิโร่ อิมโมบิเล่, ลอเรนโซ่ อินซินเญ่
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
7 ก.ค.2021 เสมอ เดนมาร์ก 1-1 (เหย้า,ต่อเวลาพิเศษชนะ 2-1)
4 ก.ค.2021 ชนะ ยูเครน 4-0 (กลาง) ยูโร 2020
29 มิ.ย.2021 ชนะ เยอรมนี 2-0 (เหย้า) ยูโร 2020
23 มิ.ย.2021 ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 1-0 (เหย้า) ยูโร 2020
19 มิ.ย.2021 เสมอ สกอตแลนด์ 0-0 (เหย้า) ยูโร 2020
สภาพทีมอังกฤษ
แกเร็ธ เซาธ์เกต เกมนี้จะใช้มาในระบบ 4-2-3-1 เหมือนในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่ผ่านเดนมาร์ก มาได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 และผู้เล่นชุดเดิมหลังจากไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่เพิ่งทำสถิติใหม่ไม่เสียประตูนานที่สุด 721 นาที จะลงเฝ้าเสา ในแผงหลังจอห์น สโตนส์ ยืนเป็นหัวใจสำคัญกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และมี ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ ลุค ชอว์ รับบทแบ็คขวา-ซ้าย แดนกลาง คาลวิน ฟิลลิปส์ จะคอยเก็บกวาดกับ ดีแคลน ไรซ์ อยู่หน้าแผงแบ็คโฟร์ โดยมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รอพลิกสถานการณ์อยู่ที่ม้านั่งสำรอง เกมรุก บูคาโย่ ซาก้า ที่เพิ่งสร้างสถิติอายุน้อยที่สุดลงเล่นให้อังกฤษชุดใหญ่ในรอบรอง ด้วยอายุ 19 ปี 10 เดือน 2 วัน จะยืนเป็น 3 ประสานร่วมกับ เมสัน เมาท์ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ในการสนับสนุนเกมรุกให้ แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมที่กำลังคั่วตำแหน่งดาวซัลโว หลังยิงไปแล้วในทัวร์นาเมนต์นี้ 4 ประตู อีกทั้งกำลังทาบสถิติของอดีตดาวยิง แกรี ลินิเกอร์ ในการทำประตูรายการระดับเมเจอร์สูงสุดของทีมชาติอังกฤษ ที่ 10 ประตู ( เคน 9 ประตู) ด้าน ฟิล โฟเด้น แนวรุกดาวรุ่งเจ็บไม่ได้ลงซ้อมในครั้งสุดท้ายของทีมเมื่อเช้าวันเสาร์
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
อังกฤษ (4-2-3-1): จอร์แดน พิคฟอร์ด; ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์; ดีแคลน ไรซ์, คาลวิน ฟิลลิปส์; บูคาโย่ ซาก้า, เมสัน เมาท์,ราฮีม สเตอร์ลิง; แฮร์รี่ เคน
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
-คู่นี้เคยเผชิญหน้ากันมาแล้วทั้งหมด 27 นัด อิตาลีชนะ 11 ครั้ง อังกฤษชนะ 8 ครั้ง และเสมอกันไป 8 ครั้ง
-ถือเป็นการโคจรมาเจอกันครั้งแรกในรอบชิงของทั้ง 2 ทีมในศึกยูโร
-การพบกัน 10 ครั้งหลังสุด อังกฤษ แพ้ อิตาลี ถึง 5 เกม และชนะได้เพียง 2 นัด รวมถึงว 2 เกมล่าสุดที่ทั้งคู่พบกันที่เป็นเกมอุ่นเครื่อง ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 1-1
-อิตาลี ผ่านเข้ามาชิงรายการเมเจอร์ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 10 (ฟุตบอลโลก 6 ยูโร 4) โดยเคยเป็นแชมป์รายการนี้มาแล้ว 1 ครั้งในปี 1968 ที่เป็นเจ้าภาพ ขณะที่ อังกฤษ ผ่านเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศ ในรายการระดับเมเจอร์ได้เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ หลังจากที่เคยเข้าชิงฟุตบอลโลก เมื่อปี 1966 และคว้าแชมป์ไปได้ โดยครั้งนี้ถือเป็นการเข้าชิงรายการเมเจอร์ครั้งแรกในรอบ 55 ปีของขุนพล “ทรีไลอ้อนส์” และเป็นการเข้าชิงครั้งแรกในศึกยูโร
- หลังคว้าแชมป์ในปี 1968 ที่กรุงโรม จากนั้นขุนพล “อัซซูรี่”เคยแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ 2 ครั้ง
- มีเพียง 3 ทีมที่เคยเป็นแชมป์ยูโร ในบ้านของตัวเอง คือ สเปน (1964,) อิตาลี (1968) และ ฝรั่งเศส (1984) ส่วน โปรตุเกส (2004) และ ฝรั่งเศส (2016) ที่เป็นเจ้าภาพไปพลาดท่าแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ
-หากอังกฤษ ชนะ ในเวมบลีย์ ครั้งนี้ จะนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พวกเขาเอาชนะอิตาลีในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ในรายการใหญ่ 4 ครั้งที่พบกัน อิตาลี ชนะทั้งหมด
-อิตาลี ทำสถิติไม่แพ้มายาวนาน 33 นัดติดต่อกัน (ชนะ 27 เสมอ 6) ทำลายสถิติเดิมที่พวกเขาเคยทำไว้เมื่อปี 1930 โดยการแพ้ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในเกมกับ โปรตุเกส เมื่อเดือนกันยายน 2018
-แนวรับของอิตาลี ไม่เคยเสียเกิน 1 ประตูมาแล้ว 36 นัดต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องที่แพ้ ฝรั่งเศส 1-3 เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 ซึ่งเป็นแมตช์ที่ 2 ของ มันชินี่ ในการรับงานคุมทีมชาติ
-ในศึกยูโร 2020 รอบสุดท้าย 6 เกม ที่ผ่านมา อังกฤษ เสียไปเพียงประตูเดียวเท่านั้น คือในเกมกับ เดนมาร์ก จากลูกฟรีคิกของ มิคเคล ดามสการ์ด แต่ก่อนหน้านี้น 5 นัดเกมอังกฤษเก็บคลีนชีต ได้ทั้งหมดซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของรายการนี้
-แฮร์รี่ เคน กลับมายิงประตูติดต่อกันใน 3 นัดที่ผ่านมา ให้อังกฤษ จากที่เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ 3 นัดกัปตันทีม “สิงโตคำราม” ไม่สามารถคลำเป้าได้เจอ
-2 เกมหลังในยูโร 2020 ที่อิตาลี ลงเล่นในเวมบลีย์ ทั้งรอบรองชนะเลิศ กับ สเปน และ รอบ 16 ทีมสุดท้าย กับ ออสเตรีย เฟเดริโก้ เคียซ่า นั้นมีชื่อทำประตูและทีมชนะทั้งหมด