ปรีวิว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม 2564
วูล์ฟแฮมป์ตัน -แมนฯ ยูไนเต็ด
สนาม : โมลินิวซ์ กราวด์ เวลาคิกออฟ : 22.30 น.
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน
ผลงานการพบกันในฤดูกาลที่ผ่านมา
23 พ.ค.2564 วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
30 ธ.ค.2563 แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
24 ส.ค.2564 ชนะ ฟอเรสต์ 4-0 (เยือน) ลีก คัพ
22 ส.ค.2564 แพ้ สเปอร์ส 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
14 ส.ค.2564 แพ้ เลสเตอร์ 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
1 ส.ค.2564 ชนะ โคเวนทรี 2-1 (เยือน) อุ่นเครื่อง
สภาพทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน
บรูโน่ ลาช กุนซือชาวโปรตุกีส แม้เกมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาจะผ่านเช้ารอบ 32 ทีมสุดท้าย ลีก คัพ หลังชนะ ฟอเรสต์ แต่ในเกม ลีก ยังไม่สามารถเก็บแต้มได้เลยใน 2 นัดที่ผ่านมา โดยนัดนี้จะได้ เยร์ซอน มอสเกร่า และ วิลลี่ โบลี่ สองกองหลังกลับมาเป็นตัวเลือกหลังหายเจ็บ ลงซ้อมได้แล้ว ส่วน ดาเนียล โพเดนซ์ ที่กลับมาลงเล่นเกม บอลถ้วย เมื่อกลางสัปดาห์และทำประตูได้ หวังได้ออกสตาร์ต ขณะที่ เปโดร เนโต้ และจอนนี่ กาสโตร ยังอยู่ระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บ โดยเกมรุกใช้ ราอูล ฮิเมเนซ ที่กลับมาจากอาการเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ยืนเป็นสามประสานร่วมกับ ตรินเกา และ อดาม่า ตราโอเร่
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-3) : โฮเซ่ ซา; มักซ์ คิลแมน, คอนเนอร์ คัวดี้, โรแม็ง ซาอิสส์; เนลสัน เซเมโด้, ชูเอา มูตินโญ่,รูเบน เนเวส, เฟร์นานโด มาร์ซาล; ตรินเกา,ราอูล ฮิมิเนซ, อดามา ตราโอเร่
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
22 ส.ค.2564 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
14 ส.ค.2564 ชนะ ลีดส์ 5-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
7 ส.ค.2564 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0 (เหย้า) อุ่นเครื่อง
28 ก.ค.2564 เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 2-2 (เหย้า) อุ่นเครื่อง
24 ก.ค.2564 แพ้ ควีนส์ปาร์คฯ 2-4 (เยือน) อุ่นเครื่อง
สภาพทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เพิ่งมีข่าวดีได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพื่อนร่วมทีมกลับคืนสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง โดยผลงานเกมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำได้เพียงไล่ตามเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ส่วนนัดนี้จะไม่มี สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เจอปัญหาอาการบาดเจ็บที่โคนขาหนีบเล่นงานทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัด ต้องพักอย่างน้อย 1 เดือน ทำให้ เนมานย่า มาติช จะได้จับคู่กับ เฟร็ด อีกครั้ง ขณะที่เกมรับนัดนี้พร้อมส่ง ราฟาแอล วาราน กองหลังตัวใหม่ ลงยืนเซ็นเตอร์คู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ส่วนแดนกลาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ปอล ป็อกบา จะประสานงานต่อไป ขณะที่ เมสัน กรีนวู้ด ไม่น่าจะเสียพื้นที่ในเกมรุก หลังจากมีชื่อทำประตูใน 2 นัดที่ผ่านมาส่วน อองโตนี่ มาร์กซิยาล น่าจะเปิดทางให้ เจดอน ซานโช่ ได้ออกสตาร์ต มาร์คัส แรชฟอร์ด แม้จะกลับมาซ้อมหลังจากผ่าตัดไหล่ แต่ไม่น่าจะฟิตพอ เช่นเดียวกับ ดีน เฮนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ เตลเลส ที่ยังเจ็บเช่นเดิม ในรายของ เอดินสัน คาวานี่ และ เอริค ไบยี่ เต็มที่คงกลับมามีชื่อแค่นั่งข้างสนามก่อนเท่านั้น
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา; อารอน วาน-บิสซาก้า, ราฟาแอล วาราน, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์; เฟร็ด,เนมานย่า มาติช; เจดอน ซานโช่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา; เมสัน กรีนวู้ด
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
-พบกันมาแล้ว 14 นัดในพรีเมียร์ลีก วูล์ฟแฮมป์ตัน ชนะ 3 แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 8 เสมอ 3
-แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ในเกมเยือน 27 นัดหลังในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 17 เสมอ 10 ) และหากไม่แพ้ในเกมนี้จะทำสถิติกลายเป็นทีมที่ไม่แพ้ยาวนานที่สุดในลีกอังกฤษ แซงหน้า อาร์เซน่อล ที่เคยทำไว้ได้เท่ากันในช่วงเดือนเมษายน 2003 –กันยายน 2004.
-แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้เพียงเกมเดียวจาก 8 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีกที่พบกับวูล์ฟแฮมป์ตัน (ชนะ 4 เสมอ 3)
-โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ลงคุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 100
-เมสัน กรีนวู้ด หายเกมนี้ทำประตูได้จะกลายเป็นนักเตะดาวรุ่งคนที่ 2 ที่ทำประตู 3 เกมติดกันนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลในพรีเมียร์ลีก ต่อจาก ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ของลิเวอร์พูล ที่เคยทำได้ในฤดูกาล 1994-1995.
-5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วมาถึงฤดูกาลนี้ วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้ทั้งหมด และทำได้เพียงประตูเดียว
-อดาม่า ตราโอเร่ และราอูล ฆิเมเนซ ของวูล์ฟแฮมป์ตัน เป็น 2 ผู้เล่นในลีกสูงสุดที่มีการยิงมาที่สุดแต่ไม่เป็นประตูหลังจากผ่านไปแล้ว 2 เกมในฤดูกาลนี้โดยยิงไป 10 และ 7 ครั้งตามลำดับ