พรีเมียร์ลีก ได้ออกแถลงการณ์ว่า “พรีเมียร์ ลีก, สโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และบริษัทเซนต์ เจมส์ โฮลดิ้ง จำกัด ยุติข้อพิพาทในการซื้อกิจการสโมสรจากกลุ่มทุน Public Investment Fund (PIF), PCP Capital Partners (อแมนด้า สเตฟลี่ย์ ผู้อยู่เบื้องหลังการดีลเป็นเจ้าของ) และ RB Sports & Media โดยสโมสรได้ถูกขายให้กลุ่มทุนนี้โดยมีผลในทันทีหลังการตรวจสอบของ ODT (Owner and Directors Test) จากพรีเมียร์ลีก อย่างสมบูรณ์ ด้วยจำนวนเงิน 305 ล้านปอนด์
กลุ่มทุนซาอุฯ จ่อปิดดีลเทคโอเวอร์ นิวคาสเซิ่ล
"ภายหลังจากการตรวจสอบความเหมาะสม ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าจำเป็นต้องมีข้อตกลง สโมสรถูกขายให้กับกลุ่มทุนโดยมีผลในทันที พร้อมกันนี้เพื่อยุติความไม่มั่นใจจากแฟนบอลในเรื่องเจ้าของสโมสร พรีเมียร์ลีกได้รับการยืนยันตามกฏหมายด้วยว่าราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียจะไม่เข้ามาควบคุม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด"
ที่ผ่านมากลุ่มทุนซาอุดีอาระเบีย Public Investment Fund (PIF) ที่มีเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ได้เคลียร์ปัญหาเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ สร้างช่อง BeoutQ และดึงสัญญาณถ่ายทอดสดกีฬาจาก BeIN Sports ที่รัฐบาลกาตาร์ถือครองสิทธิ์อยู่ ซึ่งแถลงการณ์ของ BeIN เผยว่า โทษแบนฐานละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นระยะเวลา 4 ปีครึ่ง ของซาอุดิอาระเบียนั้น ได้ถูกยกเลิกแล้ว หลังจากรัฐบาลซาอุ เข้าเคลียร์ปัญหากับทางกาตาร์อย่างจริงจัง เพื่อต้องการล้างมลทินสู่การเทคโอเวอร์นิวคาสเซิ่ล หลังการเทคโอเวอร์ก่อนหน้านี้ได้ล่มไปในช่วงซัมเมอร์ปี 2020
ซึ่งการที่พรีเมียร์ลีกรับรองในครั้งนี้ทำให้ นิวคาสเซิ่ลจะกลายเป็นสโมสรที่มีเจ้าของทีมรวยที่สุดในโลก ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 320,000 ล้านปอนด์
สำหรับทีมนิวคาสเซิ่ล ถูกไมค์ แอชลีย์ ซึ่งเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรจาก เฟร็ดดี้ เชฟเฟิร์ด เมื่อปี 2007 ซึ่งตลอด 14 ปีนับตั้งแต่เจ้าของรายนี้เข้ามานั้นต้องเจอแต่เสียงวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลกับผลงานของทีมไม่ประสบความสำเร็จ
An investment group led by the Public Investment Fund, and also comprising PCP Capital Partners and RB Sports & Media, has completed the acquisition of 100% of Newcastle United Limited and Newcastle United Football Club Limited from St. James Holdings Limited.
— Newcastle United FC (@NUFC) October 7, 2021