เคลาดิโอ รานิเอรี่ ลงคุมวัตฟอร์ด นัดแรก แทนที่ ซิสโก้ มูนญอซ ที่ถูกไล่ออกไป เกมนี้ในแนวรับ ส่ง เคธ แคธคาร์ท แทนที่ ฟรานซิสโก้ เซียร์รัลต้า ที่เจ็บจากเกมแพ้ ลีดส์ เกมรุก โจชัว คิง เจ็บเข่าจากเกมเดียวกันเป็น เคน เซม่า ที่ได้สตาร์ตแทน
ทางด้าน เยอร์เก้น คล็อปป์ ส่ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่หายเจ็บกลับมายืนทางขวา ส่วน อลีสซอน เบ็คเกอร์ และ ฟาบินโญ่ กลับจากการเล่นให้ทีมชาติบราซิลไม่ทัน เป็น ควีวิน เคลเลเฮอร์ ได้ลงเฝ้าเสาแทน และ เจมส์ มิลเนอร์ ขยับไปยืนมิดฟิลด์ ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ มีชื่อในเกมรุก
นาทีที่ 12 ลิเวอร์พูล เกือบได้ลูกที่ 2 แต่ เบน ฟอสเตอร์ ยังบินปัดลูกยิงไกลของ ซาล่าห์ จากระยะประมาณ 20 หลาเอาไว้ได้
นาทีที่ 26 โทมัส คุชก้า ได้บอลเข้าไปในเขตโทษ แต่จังหวะสุดท้ายลังเล ทำให้ยิงเบา ควีวิน เคลเลเฮอร์ รับไว้ได้
นาทีที่ 37 เจมส์ มิลเนอร์ เติมขึ้นมาสูงทางซ้ายก่อนจ่ายตัดเข้ากลางมาให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยิงจ่อๆ เข้าไป
ก่อนหมดครึ่งแรก 3 นาที นาบี เกอิต้า ยิงนอกกรอบไปแฉลบผู้เล่นวัตฟอร์ด ชนคาน จบ 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูล บุกมานำ 2-0
กลับมาครึ่งหลังนาที 49 ซาล่าห์ โยกหนีแนวรับวัตฟอร์ด ก่อนปั่นด้วยซ้าย แต่ ฟอสเตอร์ ยังบินปัดออกไปได้
นาทีที่ 52 ลิเวอร์พูล หนีเป็น 3-0 จากจังหวะที่ เคธ แคธคาร์ท สกัดมาเข้าทาง เบน ฟอสเตอร์ ต้องปัดมาเข้าทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ตามซ้ำเข้าไป
นาทีที่ 54 โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ มาโชว์ความเยอดเยี่ยม ลุยไปในเขตโทษก่อนยิงด้วยซ้าย ให้ ลิเวอร์พูล หนีเป็น 4-0 และถือเป็นประตูที่ 104 ในพรีเมียร์ลีกของดาวเตะทีมชาติอิยิปต์
หลังโดนไป 4 สกอร์ ลูกทีมของ รานิเอรี่ พยายามยุก นาทีที่ 84 เกือบได้ประตูตีไข่แตก แต่ อิสไมล่า ซาร์ ยิงไปติดเซฟของ ควีวิน เคลเลเฮอร์
และในช่วงทดเจ็บ เนโก วิลเลี่ยม์ ตัวสำรองมาจ่ายตบจากทางขวาไปให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยิงประตูที่ 5 ให้ทีมและเป็นแฮตทริกให้ตัวเองในเกมนี้ ทำให้ ลิเวอร์พูล บุกมาถล่ม วัตฟอร์ด 5-0 พร้อมแซง เชลซี ที่แข่งช้ากว่าขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
วัตฟอร์ด (4-2-3-1) : เบน ฟอสเตอร์ ; กิโก้ เฟเมเนีย, วิลเลี่ยม ทรูสต์-เอก็อง, เคธ แคธคาร์ท, แดนนี่ โรส; ยูราจ์ คุชก้า, มุสซ่า ซิสโซโก้ ; อิสไมล่า ซาร์, ฮวน เอร์นานเดซ, อดัม มาสิน่า; เอ็มมานูเอล เดนนิส
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ควีวิน เคลเลเฮอร์; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌเอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; เจมส์ มิลเนอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, นาบี เกอิต้า; โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่