เกมแดงเดือดที่ "ปีศาจแดง" แพ้คาบ้านให้กับ ลิเวอร์พูล 0-5 นอกจากจะทำให้เก้าอี้กุนซือของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ สั่นคลอน รวมถึงทำให้สถานการณ์ในการลุ้นแชมป์ของพวกเขายากมากยิ่งขึ้น หลังตกไปอยู่อันดับ 7 มี 14 คะแนนตามหลัง เชลซี จ่าฝูงถึง 8 คะแนนแล้ว
ความพ่ายแพ้ดังกล่าวยังคงส่งผลนอกสนามให้กับ แมนฯยูไนเต็ด อีกด้วย โดยหลังจากพ่ายแพ้ในเกม "แดงเดือด" แค่วันเดียวหุ้นของสโมสรก็ร่วงต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
โดยถูกขายลงมาเหลือในราคา 15.81 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 553 บาท ก่อนที่จะดีดกลับขึ้นมาปิดตัวที่ราคา 16.11 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 564 บาท เท่ากับเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ หุ้นของสโมสร "ปีศาจแดง" ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ขยับตัวพุ่งสูงขึ้นโดยตลอด โดยเฉพาะในวันที่ประกาศว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายมาร่วมทีมเมื่อวันที่ 28 ส.ค. หุ้นสโมสรขยับพุ่งขึ้นถึง 8 เปอร์เซนต์ โดยปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 18.29 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ ราว 640 บาท เพิ่มขึ้น 5.84 เปอร์เซนต์ ยิ่งไปกว่านั้นหุ้นของทีมยังพุ่งไปถึงจุดสูงสุดถึง 20.87 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 918 บาท เมื่อวันที่ 28 กันยายน ก่อนจะตกฮวบอีกครั้งหลังจบเกมแดงเดือด
ส่วนเกมที่ แมนฯยูไนเต็ด จะออกไปเยือน สเปอร์ส ในศึกพรีเมียร์ลีก ในวันเสาร์ที่ 30 ต.ค.นี้ แฟนบอลในโลกโซเซียลต่างให้ฉายาเกมดังกล่าวว่า "เอล แซ็คคิโก้" หรือแปลเป็นไทยว่า "เกมเดิมพันการโดนปลด" เพราะทั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต กุนซือสเปอร์ส ก็ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในเกมลีก โดย โซลชาร์ นำ ปีศาจแดง เก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวจากเกมลีก 3 นัดหลังสุด ในขณะที่ นูโน่ ก็เพิ่งนำทีมฟื้นตัวด้วยการเอาชนะ เบิร์นลีย์ ในศึกคาราบาวคัพ รอบ 4 หลังก่อนหน้านี้นำทีมแพ้มา 2 นัดรวดทั้งในศึกพรีเมียร์ลีก และยูโรป้า คอนเฟอเรซ์ ลีก