อังคารที่ 28 ธันวาคม 2564
(10) เลสเตอร์-ลิเวอร์พูล (2)
สนาม : คิง เพาเวอร์ เวลาคิกออฟ : 03.00 น.
ผู้ตัดสิน : ไมเคิล โอลิเวอร์
ผลงานการพบกันในฤดูกาลนี้
22 ธ.ค.2564 ลิเวอร์พูล 3–3 เลสเตอร์ (ลิเวอร์พูล ชนะจุดโทษ 5-4) คาราบาว คัพ
ผลงานการพบกันในฤดูกาลที่ผ่านมา
13 ก.พ.2564 เลสเตอร์ 3-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
23 พ.ย.2563 ลิเวอร์พูล 3–0 เลสเตอร์ (พรีเมียร์ลีก)
เลสเตอร์
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
26 ธ.ค.2564 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 3-6 (เยือน,) พรีเมียร์ลีก
22 ธ.ค.2564 เสมอ ลิเวอร์พูล 3-3 (เยือน,แพ้ จุดโทษ 4-5 )คาราบาว คัพ
12 ธ.ค.2564 ชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
9 ธ.ค.2564 แพ้ นาโปลี 2-3 (เยือน) ยูโรป้า ลีก
5 ธ.ค.2564 แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
สภาพทีมเลสเตอร์
เบรแดน ร็อดเจอร์ส พาเลสเตอร์ แข่งไปแล้ว 17 นัด มี 22 คะแนน เกมล่าสุดบุกไปแพ้ แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่า และจ่าฝูงไป 3-6 นัดนี้คงจะมีการโรเตชั่นหลังต้องเจอเกม 3 นัดใน 1 สัปดาห์ ริคาร์โด้ เปเรยร่า,เจมส์ จัสติน และ จอนนี่ อีแวนส์ ต่างได้รับบาดเจ็บมาจากเกมคาราบาว คัพ กลางสัปดาห์ที่แล้วที่พบ ลิเวอร์พูล ไม่น่าลงช่วยทีมได้รวมถึง แพตสัน ดาก้า, ชาลาร์ โซยุนชู, ไรอัน เบอร์ทานด์ และ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ทั้งหมดยังมีปัญหาอยู่เช่นกัน ส่วน เจมี่ วาร์ดี้ น่าจะผ่านประเมินกลับมาเป็น 11 คนแรก หลังเกมเมื่อวันอาทิตย์ได้พัก ทิโมธี กาสตาญ ฟิตพร้อมมีชื่อเช่นกัน ในรายของ วอนแต ดาเลย์-แคมป์เบลล์ กับ ทาวานด้า มาสวานีส 2 ดาวรุ่งที่อาจได้โอกาสลงสัมผัสเกมนี้
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
เลสเตอร์ (4-2-3-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล;วอนแต ดาเลย์-แคมป์เบลล์, ดาเนี่ยล อมาร์ตี้ย์, ยันนิค เวสเตอร์การ์ด, ทิโมธี กาสตาญ; วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้, ยูริ ตีเลอมันส์,บูบาการี ซูมาเร่; อโยเซ่ เปเรซ, เจมี่ วาร์ดี้, ทาวานด้า มาสวานีส
ลิเวอร์พูล
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
19 ธ.ค.2564 เสมอ สเปอร์ส 2-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
16 ธ.ค.2564 ชนะ นิวคาสเซิ่ล 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
11 ธ.ค.2564 ชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
7 ธ.ค.2564 ชนะ เอซี มิลาน 2-1 (เยือน) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
4 ธ.ค.2564 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
สภาพทีมลิเวอร์พูล
เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เพิ่งชนะ เลสเตอร์ ในถ้วย คาราบาว คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยการยิงจุดโทษ แต่เกมสุดสัปดาห์ ที่พบลีดส์ ถูกเลื่อนเพราะปัญหาโควิด เวลานี้แข่งไป 18 นัด มี 41 คะแนน เกมนี้จะได้ 3 แข้งอย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, ฟาบินโญ่ และ เคอร์ติส โจนส์ หายโควิด กลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ในรายของ ติอาโก้ อัลคันทาร่า ยังต้องกักตัวต่อไป หลังผลตรวจเป็นบวก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ๊กซ้ายจอมบุกติดแบนเป็นเกมที่ 2 จากทั้งหมด 3 นัด หลังถูกไล่ออกในเกมเสมอ สเปอร์ส 2-2 ดิว็อก โอริกี้, นาธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ และ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ยังอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์เช่นเดิม
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์,โฌเอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, คอสตาส ซิมิคาส; นาบี เกอิต้า,ฟาบินโญ่,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน; โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ดีโอโก้ โชต้า, ซาดิโอ มาเน่
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
-พบกันในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 30 นัด เลสเตอร์ ชนะ 8 ลิเวอร์พูล ชนะ 16 เสมอ 6 นัด
-หาก เลสเตอร์ ชนะเกมนี้จะเป็นการชนะ ลิเวอร์พูล ในเกมลีกติดต่อกันได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1999
-เลสเตอร์อาจกลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่อาร์เซนอลในปี 2006-2007 ที่ทำประตูได้ 2 ประตูหรือมากกว่าใน 3 เกมติดต่อกันที่พบกับ ลิเวอร์พูล
-เลสเตอร์ชนะเกมเหย้าพรีเมียร์ลีก 2 นัดล่าสุด โดยยิงได้ทั้งหมด 8 ประตู ซึ่ง เลสเตอร์ นั้นไม่ชนะในเกมลีก 3 นัดติดต่อกันที่บ้านตัวเอง ซึ่งเคยทำได้ 7 นัดระหว่างเดือนสิงหาคม-ธันวาคม ปี 2019
-ลิเวอร์พูลแพ้เพียงครั้งเดียวจาก 35 เกมในทุกรายการ ซึ่งเป็นการแพ้ครั้งเดียวจาก 16 เกมลีกหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
-ลิเวอร์พูล ยิงประตูได้ 28 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ถือเป็นสถิติยาวนานที่สุดในลีกสูงสุดนอล 61 ปี
-ลิเวอร์พูลทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 50 ประตูจาก 18 เกมแรกในฤดูกาลนี้ ถือเป็นสถิติที่เร็วที่สุดที่พวกเขาเคยทำได้ในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุด