ปรีวิว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565
(5) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด-ไบรท์ตัน (9)
สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด เวลาคิกออฟ : 03.15 น.
ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ แบงเคส
ผลงานการพบกันในฤดูกาลที่ผ่านมา
4 เม.ย.2564 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ไบรท์ตัน (พรีเมียร์ลีก)
31ก.ย.2563 ไบรท์ตัน 0-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (คาราบาว คัพ )
26 ก.ย.2563 ไบรท์ตัน 2-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
แมนฯ ยูไนเต็ด-ผลงาน 5 นัดหลังสุด
12 ก.พ.2565 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
8 ก.พ.2565 เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
4 ก.พ.2565 เสมอ มิดเดิลสโบรห์ 1-1 (เหย้า,แพ้จุดโทษ 7-8) เอฟเอ คัพ
22 ม.ค.2565 ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19 ม.ค.2565 ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
สภาพทีมแมนฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด เวลานี้เตะเกมลีกไปแล้ว 24 นัดมี 40 คะแนน โดยเกมลีกล่าสุด ราล์ฟ รังนิก เปิดบ้านพาทีมเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ไปเช็กความพร้อม เฟร็ด หายป่วยโควิด แต่แข้งบราซิเลี่ยนต้องดูเรื่องสภาพความฟิตสำหรับนัดนี้ ว่าจะถูกวางลงเล่นตั้งแต่ต้นเกมหรือไม่ เนมานย่า มาติช ยังคงมีอาการเจ็บที่บริเวณหน้าแข้ง เอดินสัน คาวานี่ ที่เจ็บขาหนีบ ในช่วงวอร์มก่อนเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ต้องดูอาการก่อนเช่นกัน แฮร์รี่ แม็คไกวร์ แม้ช่วงหลังจะถูกวิจารณ์ถึงผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่คงได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมนำทัพเช่นเดิม เอริก ไบยี่ กองหลังทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ยังมีอาการเจ็บข้อเท้า ส่วน เมสัน กรีนวู้ด แนวรุกดาวรุ่งวัย 20 ปีถูกแบนจากทีมไม่มีกำหนดหลังจากไปทำร้ายร่างกาย อดีตแฟนสาวจนโดนหลายข้อหา
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา; ดีเอโก้ ดาโลต์, ราฟาแอล วาราน,แฮร์รี่ แม็คไกวร์,ลุค ชอว์ ; ปอล ป็อกบา ,สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ; มาร์คัส แรชฟอร์ด, บรูโน่ แฟร์นานด์ส,เจดอน ซานโช่ ; คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ไบรท์ตัน-ผลงาน 5 นัดหลังสุด
12 ก.พ.2565 ชนะ วัตฟอร์ด 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
5 ก.พ.2565 แพ้ สเปอร์ส 1-3 (เยือน) เอฟเอ คัพ
23 ม.ค.2565 เสมอ เลสเตอร์ 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
18 ม.ค.2565 เสมอ เชลซี 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
14 ม.ค.2565 เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
สภาพทีมไบรท์ตัน
กุนซือ เกรแฮม พ็อตเตอร์ เกมล่าสุดบุกไปชนะ วัตฟอร์ด 2-0 ทำให้เตะไป 23 นัดมี 33 แต้ม อีฟส์ บิสซูม่า พร้อมสตาร์ตโดยแข้งทีมชาติมาลี กลับมาจากการเล่นศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว เลอันโดร ทรอสซาร์ หายโควิดกลับมาตั้งแต่เมื่อเกมสุดสัปดาห์เกมนี้น่าจะได้ลงตัวจริงแทนที่ แดนนี่ เวลเบ็ค เช่นเดียวกับ อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ ที่น่าจะถูกใส่ชื่อเป็นตัวเลือกในทีมหลังไร้ปัญหาเรื่่องโควิด อย่างไรก็ตาม เอน็อค เอ็มเวปู และ เจเรมี่ ซาร์เมียนโต้ จะยังคงชวดต่อไปเหมือนเดิม
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
ไบรท์ตัน (3-1-4-2) : โรเบิร์ต ซานเชซ; โยเอล เฟลท์มัน, ลูอิส ดังค์, อดัม เว็บสเตอร์; อดัม ลัลลาน่า ; ทาริก แลมพ์ตี้ย์, ปาสกาล โกรสส์, ยาคุบ โมเดอร์, มาร์ค กูกูเรญ่า ; นีล โมเปย์, เลอันโดร ทรอสซาร์
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
-พบกันในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 8 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 6 ไบรท์ตัน ชนะ 2 ไม่เคยจบด้วยผลเสมอ
-แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะไบรท์ตันติดต่อกันในลีกมา 5 นัด และไม่เคยแพ้ในบ้านเลยในการเจอกันทุกรายการ (ชนะ 11 เสมอ 2)
-บรูโน่ แฟร์นานด์ส มีส่วนร่วมโดยตรงกับ 5 ประตูจาก 3 เกมพรีเมียร์ลีกที่เขาลงสนามกับไบรท์ตัน โดยทำได้ 3 ประตู และ 2 แอสซิสต์
-ไบรท์ตัน ไม่แพ้ในลีกติดต่อกันมาแล้ว 7 นัด (แต่ในจำนวนนี้เป็นการเสมอถึง 4 )
-นี่จะเป็นการลงคุม ไบรท์ตัน นัดที่ 100 ในพรีเมียร์ลีก ทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมคนที่ 74 ที่ทำได้ตรงนี้ โดย 3 ใน 4 ของผู้จัดการทีมที่คุมทีมพบกับแมนฯ ยูไนเต็ด นัดที่ 100 และคว้าชัย ได้แก่ สตีฟ แม็คลาเรน (2004), รอย ฮ็อดจ์สัน (2009) และมิค แม็กคาร์ธี (2011) ยกเว้น ฌอน ไดช์ ในปี 2018 ที่ทำไม่สำเร็จ
-ประตูของ นีล โมเปย์ กับวัตฟอร์ดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นประตูที่ 26 ของเขาในพรีเมียร์ลีกกับไบรท์ตัน ซึ่งหาก โมเปย์ ทำได้อีก1 ประตู ก็จะกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีม แซงหน้า เกล็น เมอร์เรย์ ที่เวลานี้ยิงได้เท่ากัน