โดยวิกฤตระหว่าง รัสเซีย กับ ยูเครน ที่เวลานี้กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสงครามหลัง วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย อนุมัติการใช้ปฏิบัติการทางทหารในยูเครน เมื่อช่วงสายที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้น่าจะส่งผลต่อเกมนัดชิงชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021-2022 จะมีขึ้นที่ เครสตอฟสกี้ สเตเดี้ยม นครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย อย่างแน่นอน
องค์กรกีฬาเฝ้าจับตาดูสถานการณ์วิกฤต "รัสเซีย-ยูเครน"
ล่าสุด นางลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ออกมาแสดงความคิดเห็นทาง บีบีซี เรดิโอ 4 และสถานีวิทยุ LBC ว่าสโมสรของอังกฤษ ควรบอยคอตต์เกมนี้ หากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสนามเจ้าภาพนัดชิง
ทีมฟุตบอลยูเครน รวมใจเปลี่ยนสีโลโก้ เป็นสีธงชาติ เพื่อฝ่าวิกฤต
"ฉันจะตกใจถ้าการแข่งขันดำเนินต่อไป"
“ฉันไม่เชื่อว่าควรจะดำเนินต่อไปในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ฉันคิดว่ามันผิดในขั้นตอนนี้กับสิ่งที่รัสเซียทำในระดับนานาชาติที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลที่นั่น"
ก่อนหน้านี้ ยูฟ่า แถลงการณ์ว่า "ยูฟ่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจมีการดำเนินการตามความเหมาะสมหากจำเป็น" แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า จะเปลี่ยนสนามแข่งนัดชิงหรือไม่ นอกจากนี้การบอยคอตต์จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ต้องรอดูผลงานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 ทีมจากพรีเมียร์ลีกที่ตอนนี้อยู่ในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้ด้วย
“รัสเซีย” ยิงขีปนาวุธถล่มทั่ว “ยูเครน”
นอกจากนี้ “เดลี่เมล” ยังรายงานว่า เวมบลีย์ สนามเหย้าของทีมชาติอังกฤษ, ลอนดอน สเตเดียม สนามเหย้าของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม สนามเหย้าของท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งทั้ง 3 สนามตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แสดงความสนใจที่จะรับหน้าที่เป็นสังเวียนแข่งขันแทนเครสตอฟสกี้ สเตเดี้ยม นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายสนามทั่วยุโรปที่สนใจจะให้เป็นสังเวียนชิงชนะเลิศถ้วยใหญ่ของยุโรปเช่นกัน