ชัยชนะเหนือ เชลซี เมื่อคืนนี้ นอกจากจะทำให้ทีม "หงส์แดง" คว้าแชมป์ฟุตบอลลีก คัพ ได้มากที่สุด ด้วยจำนวน 9 สมัยแล้ว พวกเขายังสร้างสถิติอีกมากมาย เริ่มจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ถูกแต่งตั้งให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทนที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตั้งแต่ฤดูกาล 2015 กลายเป็นกัปตันทีมคนแรกของสโมสรที่ได้ชูถ้วยแชมป์ถึง 5 รายการ ประกอบด้วย พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ลีก, ลีก คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ
ส่วน เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังตัวเก่งชาวเนเธอร์แลนด์ กลายเป็นนักเตะรายที่ 3 ที่ได้รับเลือกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ทั้งในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก และนัดชิง ลีก คัพ เมื่อคืนนี้ โดย 2 นักเตะที่ทำได้ก่อนหน้านี้คือ สตีฟ แม็คมานามาน และ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา
สหพันธ์ยูโดนานาชาติระงับสถานะ "ปูติน" ในตำแหน่ง ปธ.กิตติมศักดิ์
ขณะที่ ควิวิน เคลเลเฮอร์ นายทวารมือ 2 ที่ได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาในถ้วยลีก คัพ ก็ทำสถิติเอาชนะในการดวลจุดโทษได้มากที่สุด 3 ครั้งในรายการนี้ โดยก่อนเกมกับ เชลซี เมื่อคืนนี้ นายทวารวัย 23 ปี เซฟช่วยทีมเอาชนะ อาร์เซน่อล ในรอบ 4 ของฤดูกาล 2019/20 และเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ของซีซั่นนี้
ด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็เป็นกุนซือคนแรกที่คว้า 3 ถ้วยแชมป์กับทีมทั้งในอังกฤษและแชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมทำให้เขาคว้าถ้วยแชมป์ในการคุมทีมแล้ว 10 รายการด้วยกัน โดยแบ่งเป็น 5 แชมป์กับ ดอร์ทมุนด์ อดีตทีมเก่า และ 5 ถ้วยแชมป์กับ ลิเวอร์พูล คือ พรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ และ ลีก คัพ
โดย คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ว่า "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเป็นเพียงแค่ถ้วยใบแรกในปีนี้ เรายังมีอีก 3 รายการให้ลุ้นแชมป์ และยังต้องทำงานหนักต่อไป เพื่อสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกของอังกฤษ ที่เหมา 4 แชมป์ใน 1 ฤดูกาลให้ได้"
"สนามช้างฯ" เตรียมระเบิดศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง ครั้งแรกในรอบ 2 ปี