หลังจากที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ "เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม เสมอ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไป 2-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ แมนฯ ซิตี้ มี 74 คะแนน จาก 31 นัด ยังนำเป็นจ่าฝูง ด้วยการมีแต้มเหนือ ลิเวอร์พูล 1 คะแนน
โดยนี่ถือเป็นครั้งแรกของ แมน ซิตี ที่ขึ้นนำคู่แข่งในเกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ แล้วไม่สามารถเก็บชัยชนะ โดยก่อนเกมเมื่อคืน พวกเขาเคยยิงนำคู่แข่งในเกมลีก ฤดูกาลนี้ มาแล้ว 22 ครั้ง ชนะรวดทั้งหมดหลังจบเกม
ส่วน ลิเวอร์พูล ตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่ง หลัง 45 นาทีแรกของเกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เป็นครั้งแรก โดยครั้งสุดท้ายที่เคยเกิดขึ้น ก่อนเกมเมื่อคืน ต้องย้อนไปถึง 10 เมษายน ปีที่แล้ว หรือครบรอบ 1 ปีพอดี หลังตกเป็นรอง แอสตัน วิลลา 0-1 ในครึ่งแรก แต่พลิกชนะได้ 2-1 หลังจบเกม
ส่วนการลุ้นแชมป์หลังจากนี้ทั้ง 2 ทีมมีโปรแกรม 7 นัดสุดท้าย ประกอบด้วย
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน (รอยืนยัน)
เหย้า ไบรจ์ตัน 20 เม.ย.
เหย้า วัตฟอร์ด 23 เม.ย.
เยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด 30 เม.ย.
เหย้า นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 8 พ.ค.
เยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 15 พ.ค.
เหย้า แอสตัน วิลลา 22 พ.ค.
ลิเวอร์พูล
เหย้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 19 เม.ย
เหย้า เอฟเวอร์ตัน 24 เม.ย.
เยือน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 30 เม.ย.
เหย้า สเปอร์ส 7 พ.ค.
เยือน แอสตัน วิลลา 10 พ.ค.
เยือน เซาแธมป์ตัน 15 พ.ค.
เหย้า วูล์ฟแฮมป์ตัน 22 พ.ค.
สำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล จะต้องดวลกันอีกครั้ง ในศึก เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ ที่ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม ในวันที่ 16 เม.ย. นี้
ราคาทองคำวันนี้ ขยับขึ้น 50 บาท ต่างประเทศลง แต่บาทอ่อนซื้อทองแพง