ปรีวิว คอมมิวนิตี้ ชิลด์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2565
(แชมป์เอฟเอ คัพ) ลิเวอร์พูล-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (แชมป์พรีเมียร์ลีก)
สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม (เลสเตอร์) เวลาคิกออฟ : 23.00 น.
ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน
ผลงานการพบกันเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
16 เม.ย..2565 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-3 ลิเวอร์พูล (เอฟเอ คัพ,รอบรองชนะเลิศ)
10 เม.ย..2565 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
3 ต.ค.2564 ลิเวอร์พูล 2-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)
"นิด้าโพล" เผยแฟนบอลไทยเชียร์ "ลิเวอร์พูล" มากที่สุด
ลิเวอร์พูล
ผลงานพรีซีซั่น
27 ก.ค.2565 แพ้ ซัลซ์บวร์ก 0-1 (เยือน)
21 ก.ค.2565 ชนะ ไลป์ซิก 5-0 (เยือน)
15 ก.ค.2565 ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 (กลาง)
12 ก.ค.2565 แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-4 (กลาง)
สภาพทีมลิเวอร์พูล
เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ชาวเยอรมัน พาทีมลงเตะพรีซีซั่นไปแล้ว 4 นัด ชนะ 2 แพ้ 2 โดยนัดล่าสุดบุกไปแพ้ให้กับ ซัลซ์บวร์ก 0-1 ส่วนเกมนี้จะไม่มี อลิสซง เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล ที่เจ็บกล้ามเนื้อหน้าท้อง และ ดิโอโก้ โชต้า ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส ที่เจ็บต้นขา ด้าน คอสตาส ซิมิคาส อีกหนึ่งแบ๊กซ้ายเจ็บระหว่างซ้อมทำให้เข้าไปอยู่ในความดูแลของแพทย์ร่วมกับ อเล้กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ส่วนเกมรุกฝากความหวังไปที่ หลุยส์ ดิอาซ กับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ส่วน ดาร์วิน นูนเญซ ดาวยิงตัวใหม่ค่าตัวสถิติสโมสร ที่ช่วงพรีซีซั่นยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้เท่าที่ควร และเกมนี้ต้องดูว่าจะถูก โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่กำลังเป็นข่าวกับยูเวนตุส เบียดชิงตัวจริงหรือไม่ ตำแหน่งผู้รักษาประตูเกมนี้จะเป็น อาเดรี่ยน เนื่องจาก ควิวีน เคลเลเฮอร์ ยังเดี้ยง
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรี่ยน ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โฌเอล มาติป, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลคานทาร่า ; หลุยส์ ดิอาซ, ดาร์วิน นูนเญซ, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผลงานพรีซีซั่น
25 ก.ค.2565 ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 1-0 (กลาง)
21 ก.ค 2565 ชนะ คลับ อเมริกา 2-1 (เยือน)
สภาพทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
เป๊ป กวาดิโอล่า กุนซือชาวสแปนิช พาทีมอุ่นเครื่องที่สหรัฐอเมริกา 2 นัดชนะทั้งหมด รูเบน ดิอาส กลับมาฟิตสมบูรณ์พร้อมลงยืนในแดนหลัง แต่ อายเมอริค ลาปอร์ต ยังคงต้องต่อสู้ปัญหาที่เข่า ในรายของ จอห์น สโตนส์,ฟิล โฟเด้น และ อิลคาย กุนโดกัน ที่ไม่ได้ไปทัวร์ช่วงพรีซีซั่น จะกลับมามีชื่อในเกมนี้ เกมรุก เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ แข้งดาวรุ่งป้ายแดง ที่ลงไป 41 นาทีในเกมกับ "เสือใต้" พร้อมลงสัมผัสเกมลีกอังกฤษครั้งแรก โดยจะเล่นร่วมกับ ริยาด มาห์เรซ และ แจ็ค กรีลิช ในเกมรุก พร้อมกับมี เควิน เดอ บรอยน์ เป็นเพลย์เมคเกอร์
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน, ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, จอห์น สโตนส์, ชูเอา กานเซโล่ ; เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้, แบร์นาโด้ ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, แจ็ค กรีลิช
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
-เป็นการพบกันนัดที่ 221 ของทั้ง 2 ทีมในทุกรายการ โดย ลิเวอร์พูล ชนะ 106 นัด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 58 นัด เสมอกันไป 56 นัด
-ถือเป็นการพบกันในศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ครั้งที่ 2 ของ ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยครั้งแรกพบกันเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 จบด้วยผลเสมอก่อนที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะจุดโทษ 5-4
-ลิเวอร์พูล แพ้ 4 จาก 6 เกมหลังที่ลงเล่นในคอมมิวนิตี้ ชิลด์ รวมถึงการยิงจุดโทษให้ซิตี้ในปี 2019
-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้ ลิเวอร์พูล ครั้งล่าสุดคือ เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ ซิตี้ ไม่แพ้ 5 นัดติด (ชนะ 2 เสมอ 3) โดย "เรือใบสีฟ้า" ไม่ชนะลิเวอร์พูลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564
-นี่ถือเป็นเกมการแข่งขันครั้งที่ 25 ระหว่าง 2 กุนซืออย่าง เป๊ป กวาดิโอล่า กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่โคจรมาเจอกัน ซึ่งคล็อปป์ชนะ 9 ครั้งและเสมอกันไป 7 ครั้ง (ทั้งนี้รวมถึงโปรแกรมที่ตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ)
-นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012 ที่มีการจัดการแข่งขันนอกเวมบลีย์ โดยในครั้งนั้นจัดที่ วิลล่า ปาร์ค และเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเชลซี 3-2
-ลิเวอร์พูล คว้าถ้วย คอมมิวนิตี้ ชิลด์ มากเป็นอันดับ 3 ที่ 15 ครั้ง น้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ไป 21 ครั้งและ อาร์เซน่อล ที่ได้ไป 16 ครั้ง ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์รายการนี้ไป 6 ครุั้ง