รองจ่าฝูง แมนฯซิตี้ ลงเล่นเกมที่ 11 ในลีกเปิดบ้านพบกับ ไบรท์ตัน ทีมอันดับ 8 โดยเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา นายใหญ่ของเรือใบสีฟ้า ตัดสินใจเปลี่ยน 3 ผู้เล่นรวมถึงปรับระบบการยืนตำแหน่งจากเกมที่พ่ายแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล ที่พวกเขาปราชัยเป็นนัดแรกของฤดูกาล อีกทั้ง แมนฯซิตี้ ยังได้พักมามากกว่าจากโปรแกรมที่ถูกยกออกไปเมื่อกลางสัปดาห์ ซึ่งเกมนี้พวกเขาจะได้ลงเล่นก่อนทีมนำอย่าง อาร์เซน่อล ชัยชนะเกมนี้จึงสำคัญต่อการทำแต้มจี้ตำแหน่งจ่าฝูง
ฝากฝั่งทีมเยือน ไบรท์ตัน ใช้ 11 ผู้เล่นเดิมจากเมื่อกลางสัปดาห์ที่เสมอกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แบบไร้สกอร์ 0-0 นั่นหมายความว่าในยุคของผู้จัดการทีมคนใหม่ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นหลังผ่าน 4 เกมก่อนหน้า
20 นาทีแรกทีมเยือน ไบรท์ตัน เลือกที่จะบีบสูงในแดนบน กดดันการขึ้นเกมของ แมนฯซิตี้ และดูเหมือนจะทำได้ดีจนเกือบได้ประตูแรกจากความผิดพลาด เอแดร์ซอน นายทวารของเรือใบสีฟ้าที่จ่ายบอลพลาดไปเข้าเท้าของ แดนนี่ เวลเบ็ค ยังดีที่ว่าลูกยิงเร็วของแนวรุกนกนางนวลยังไม่ตรงกรอบ หลังจากนั้น ไบรท์ตัน จึงพยายามทำแบบเดิมแต่ทว่าผลลัพธ์กลับต่างออกไป เพราะหลังจากที่ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่เริ่มจับทางการบีบของคู่แข่งได้แล้วเปลี่ยนจากบอลเท้าสู่เท้าลองใช้บอลวางยาว เอแดร์ซอน ที่เพิ่งพลาดบอลสั้นแต่แม่นเหมือนจับวางกับบอลวางยาวและจุดตกของบอลก็ไม่ใช้ใครที่ไหน "เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์" คนดีคนเดิม เร็วกว่า โรเบิร์ต ซานเชส แกร่งกว่า อดัม เว็บส์เตอร์หลุดเข้าไปยิงประตูแรกให้ทีม
ไบรท์ตัน ที่กำลังเมาหมัดเหมือนโดนปลายคางเข้าไปอีกทีเมื่อ VAR ทำงานและให้ลูกจุดโทษกับ แมนฯซิตี้ "เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์" ถือบอลมาวาง และเป็น 2-0 ก่อนจบครึ่งแรก ที่ใครๆก็มองถึงการทำแฮตทริกที่ 4 ของแนวรุกปีศาจ อีกทั้ง ไบรท์ตัน ยังมีสถิติที่ไม่ดีนักเมื่อถูกนำก่อนในครึ่งเวลาแรกพวกเขากลับมาเป็นผู้ชนะได้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นในฤดูกาลนี้
แต่การออกสตาร์ทในครึ่งเวลาหลังของทีมเยือนดูดีกว่าเจ้าบ้าน ไบรท์ตัน เล่นกันได้อย่างคึกคักและได้ประตูกลับสู่เกมจาก เลอันโดร ทรอสซาร์ด แนวรุกของทีมนกนางนวลที่ขึ้นชื่อเรื่องชอบยิงใส่ทีมใหญ่ ลดช่องว่างเหลือแค่ประตูเดียว และหลังจากนั้นทีมเยือนจึงเดินหน้าเข้าใส่เต็มกำลัง จนเกือบได้ประตูที่ 2 แต่ยังขาดความเฉียบคม และเมื่อโหมหนักแล้วยังทำไม่ได้สุดท้ายโดนทีเด็ดจากลูกยิงไกลของ เควิน เดอ บรอยน์ จัดให้แบบงามหยดปิดเกมนี้ที่ชัยชนะของเจ้าบ้านที่สกอร์ 3-1 ซิตี้ยังรั้งรองจ่าฝูงต่อที่ 26 คะแนน ส่วนไบรท์ตัน หยุดที่ 15 คะแนนเป็นอันดับที่ 8 รอว่าจะโดนทีมที่ต่ำกว่าแซงในสัปดาห์นี้หรือไม่
ถ้ามองรายละเอียดของเกม ไบรท์ตัน เองวิธีการไม่ได้ต่างไปจากสมัยที่ แกรห์ม พอตเตอร์ ยังอยู่กับทีม จุดเด่นในการเล่นลูกสวนกลับเร็วยังคงอยู่ แต่สิ่งที่หายไปดูจะเป็นความมั่นใจกับการจบสกอร์ที่ทำไม่ได้ดีเหมือนก่อนหน้านี้อาจจะเข้าตำราเล่นดีไม่มีแต้ม แต่อย่างน้อยการยิงประตูได้ในถิ่นของแชมป์เก่าก็อาจจะเป็นข้อดีที่พวกเขามีกับเกมที่ไม่ได้ง่ายตั้งแต่เริ่ม
กลับกันไปดูทางฝั่งรองจ่าฝูงที่เพิ่งสะดุดแพ้นัดแรกในฤดูกาลแต่มันไม่ได้ทำให้ความมั่นใจของพวกเขาหายไปและดึงตัวเองกลับสู่เส้นทางของชัยชนะได้อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่น่าพูดถึงคือฟอร์มของ 2 ตัวสำรองอย่าง แจ็ค กรีลิช และ ริยาด มาห์เรซ นั้นยังไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งเกม 2 แนวรุกยังติดๆขัดๆ ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน จริงอยู่ที่เกมนี้มันจบด้วย 3 คะแนนแต่กับเกมหลังจากนี้ที่ต้องการการโรเตชั่น พวกเขาจะพร้อมแค่ไหนโดยเฉพาะ แจ็ค กรีลิช ที่ฟอร์มยังไม่เข้าใกล้ค่าตัวอันมหาศาลที่ทีมต้องจ่ายเพื่อได้เขามา
แต่กับแฟนแมนฯซิตี้อาจจะคิดว่า แล้วไงใครจะไปสน เพราะ "เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์" ก็ยังจัดประตูพร้อม 3 แต้มให้ทีม
ขนมเข่ง เป่าฟาวล์