การแข่งขันนัดนี้เป็นอีกหนึ่งนัดสำคัญที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นการเจอกันของสองทีมระดับตัวท็อป หลายฝ่ายจับตาไปที่ฝั่งโครเอเชีย ที่ทำผลงานได้เป็นอย่างดีในรอบที่ผ่านมา โดยเฉพาะในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่เอาชนะบราซิล อดีตแชมป์โลก 5 สมัย มาได้
ย้อนกลับไปเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ทีมชาติโครเอเชียได้ลงสนามรอบก่อนรองชนะเลิศพบกับทีมชาติบราซิล ทั้งสองทีมได้โชว์ฟอร์มการเล่นอย่างดุเดือด
ทางฝั่งบราซิลพยายามเปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเกม แต่ก็ไม่สามารถสามารถทำประตูได้ เนื่องจากโดมินิค ลิวาโควิช ผู้รักษาประตูทีมชาติโครเอเชีย สามารถป้องกันประตูไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ก่อนที่เกมในรอบก่อนรองชนะเลิศจะจบลงที่ทั้งสองฝ่ายเสมอกันที่ 1-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
ทำให้ทั้งคู่ต้องไปดวลจุดโทษ และจบลงด้วยชัยชนะของฝั่งโครเอเชียที่สามารถยิงลูกโทษไปได้ถึง 4 ลูก ขณะที่อดีตแชมป์โลก 5 สมัยทำได้เพียง 2 ลูกเท่านั้น
หลังจากที่เอาชนะบราซิลได้ ซลัตโก ดาลิช โค้ชทีมชาติโครเอเชียได้แถลงข่าวว่า พวกเขาดีใจมากที่สามารถเอาชนะทีมชาติบราซิล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทีมชาติระดับตำนานได้
อย่างไรก็ดี พวกเขาต้องเตรียมรับมือกับการเจอกับ อาร์เจนตินา ทีมชาติระดับตำนานที่มีผู้เล่นคนสำคัญอย่างลิโอเนล เมสซี นักฟุตบอลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะที่ดีสุดตลอดกาลคนหนึ่งของโลก
บรูโน เพทโควิช นักเตะกองหน้าของทีมชาติโครเอเชียให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการเจอกันระหว่างทีมชาติโครเอเชียและนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลอย่างเมสซี ว่า ทางทีมโครเอเชียไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษในการรับมือกับเมสซี เพราะเชื่อว่าอาร์เจนตินามีทีมนักเตะที่ดีและต้องวางแผนการเล่นแบบเป็นทีม
ขณะเดียวกัน ลิโอเนล สกาโลนี โค้ชทีมชาติอาร์เจนตินาเปิดเผยว่า กำลังวิเคราะห์หาจุดอ่อนและแผนของทีมโครเอเชีย ก่อนจะย้ำว่าทางฝั่งอาร์เจนตินา รู้จุดเอาชนะทีมชาติโครเอเชียแล้ว
ดูจากคำพูด การฝึกซ้อม และการเล่นของทั้งสองทีมในรอบที่ผ่านๆ มาแล้ว การแข่งขันระหว่างอาร์เจนตินาและโครเอเชียในคืนนี้ อาจเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดอีกคู่หนึ่งในศึกฟุตบอลโลกปีนี้
อย่างไรก็ดี อีกประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้ผลของการแข่งขันในค่ำคืนนี้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะและผ่านเข้าไปชิงถ้วยฟุตบอลโลก คือ การทะยานขึ้นมาของทีมชาติโครเอเชียและปัจจัยต่าง ๆ ที่ผลักดันให้ทีมจากบอลข่านโดดเด่นในวงการฟุตบอล
โครเอเชียเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในยุโรปกลาง ได้รับฉายาว่าเสี้ยวพระจันทร์ที่งดงามแห่งยุโรป มีพื้นที่ประมาณ 56,594 ตารางกิโลเมตร ซึ่งทางด้านทิศตะวันตกจะติดกับทะเลเอเดรียติก ทางด้านเหนือติดกับประเทศสโลวีเนีย
ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศฮังการี ทางด้านทิศตะวันออกติดกับประเทศเซอร์เบีย ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดกับประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และประเทศมอนเตเนโกร
ที่นี่มีประชากรราว 4 ล้านคนและมีรายได้หลักมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เนื่องจากมีพื้นที่ชายฝั่งติดทะเลอเดรียติกถึง 5,835 กม. คนส่วนมากโดยเฉพาะชาวยุโรปรู้จักโครเอเชีย ในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว
ในอดีต โครเอเชียเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย ก่อนที่จะแยกตัวออกมาและประกาศเอกราชในปี 1991 หลังยูโกสลาเวียล่มสลาย
อย่างไรก็ดี เส้นทางหลังประกาศเอกราชของโครเอเชียไม่ได้ราบรื่น เพราะต้องเผชิญกับสงครามกลางเมืองและความวุ่นวายตลอด 4 ปี จนถึงปี 1995
หลังจากสิ้นสุดสงครามกลางเมืองได้ 3 ปี ชื่อของโครเอเชียได้ปรากฏต่อสายตาชาวโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะกับกลุ่มแฟนฟุตบอล หลังกลายเป็นทีมม้ามืดคว้าที่ 3 ไปครองจากการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1998 ที่มีฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ
ถัดมาอีก 20 ปี โครเอเชียได้กลับมาโลดแล่นในวงการฟุตบอลอีกครั้ง หลังจากผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกในปี 2018 ได้ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี
โดยโครเอเชียลงสนามพบกับฝรั่งเศส ก่อนที่จะพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 4 ต่อ 2 คว้าตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ไปครอง
การแข่งขันนัดสำคัญในคืนนี้ จึงเป็นเกมที่แฟนบอลโครเอเชียคาดหวังว่าทีมของพวกเขา จะทำผลงานได้ดี จนสามารถทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้
แม้เกมนี้จะเป็นเกมที่ยากก็ตาม โดยพวกเขาหวังให้ทั้งสองทีมเสมอกันที่ 1-1 เพื่อไปดวลลูกโทษ ซึ่งเป็นการเล่นที่โครเอเชียถนัด
หลายฝ่ายพยายามตั้งคำถามและค้นหาว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ประเทศโครเอเชียสามารถผลิตนักฟุตบอลและผลักดันวงการลูกหนังของตนเองให้ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของระดับโลกได้
ปัจจัยสำคัญปัจจัยแรกคือ ประชากร
โรมีโอ โจแซค หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลโครเอเชียเคยให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวบีบีซีไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2013 ว่า “พระเจ้าทรงมอบเด็กที่น่าทึ่งและมีความสามารถให้กับโครเอเชีย”
แต่ที่มีมากว่าพรสวรรค์จากพระเจ้าคือ "พรแสวง" และการจัดการของสหพันธ์ฟุตบอลแห่งโครเอเชีย (Croatian Football Federation; HNS) ที่วางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาและฝึกสอนนักฟุตบอลโครเอเชียในช่วงวัยต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
โดยสหพันธ์ฟุตบอลฯ จะเป็นผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและเทคนิคต่างๆ สิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมากมีรัฐบาลเป็นผู้บริหารจัดการ
รัฐจะปรับปรุงให้ทันสมัยเพื่อให้ตรงตามมาตรฐานยุโรป เพื่อให้แน่ใจว่าสโมสรและทีมชาติสามารถฝึกซ้อมและเล่นในสภาพที่เทียบได้กับประเทศฟุตบอลยุโรปขนาดใหญ่อื่น ๆ ซึ่งโครเอเชียก็สามารถทำได้เป็นรูปธรรมในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา
ต้องติดตามและลุ้นกันต่อคืนนี้นะคะ ว่าโครเอเชียจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์ ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันได้หรือไม่