นับตั้งแต่ย้ายจากฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมในศึกบุนเดสลีกาเยอรมัน มาร่วมทัพหงส์แดงเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2015 ฟีร์มิโน่ ก็เป็นส่วนสำคัญที่พาลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ มาโดยตลอดเวลาที่อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ แข้งบราซิลเลียนรายนี้คว้าแชมป์มาแล้ว 7 รายการ รวมแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างละถ้วย พร้อมสถิติการลงเล่น 348 นัดทุกรายการ ยิง 107 ประตู แอสซิสต์ 78 ครั้ง
ทว่าฟอร์มของลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก อังกฤษฤดูกาลนี้ค่อนข้างย่ำแย่ เนื่องจากต้องดิ้นรนไม่ให้ตกไปอยู่โซนกลางตาราง อีกทั้งฟอร์มของฟีร์มิโน่ก็ไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก
หัวหอกวัย 31 ปีรายนี้ลงสนามไป 21 นัด ยิงไป 9 ประตู ทำไปอีก 4 แอสซิสต์ และหลังจากพักเบรกฟุตบอลโลกกาตาร์ 2022 ก็ไม่ได้ลงเล่นอีกเลยเนื่องจากอาการบาดเจ็บ
ฟลอเรียน เพลทเทนเบิร์ก เหยี่ยวข่าวของสกายสปอร์ต เยอรมนี รายงานว่า แม้ฟีร์มิโน่ใกล้จะหมดสัญญากับทางลิเวอร์พูล แต่เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการในอนาคตของคล็อปป์ และยังอยากเล่นในระดับสูงสุดต่อไปแม้จะมีข่าวกับทีมจากซาอุฯ ก็ตาม โดยคาดว่าจะได้รับการขยายสัญญาออกไปถึงปี 2025
แม้ลิเวอร์พูลต้องการจะเก็บฟีร์มิโน่ไว้ แต่ทางสโมสรก็ยังไม่ต่อสัญญากับแข้งรายอื่นๆ อย่างนาบี เกอิต้า อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และเจมส์ มิลเนอร์ รองกัปตันทีม ที่สัญญากำลังจะหมดลงเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ทำให้การต่อสัญญาของฟีร์มิโน่ดูไม่แน่นอน แถมคล็อปป์ยังบอกหลังเกมเอฟเอ คัพ ในเกมเฉือนชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 ว่าจะไม่ซื้อนักเตะเพิ่มในตลาดหน้าหนาวนี้แล้ว
ชัยชนะเหนือทีมหมาป่า ทำให้ลิเวอร์พูลต้องกลับมาฟาดแข้งกับ ไบรท์ตัน อีกครั้งในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 ในวันอาทิตย์ที่ 29 นี้ หลังแพ้ไบรท์ตันหมดรูป 3-0 แต่หงส์แดงจะโฟกัสเกมดวล “สิงห์บลูส์” เชลซีในวันเสาร์นี้ (21 ม.ค.) มากกว่า เพราะเป็นการเอาตัวรอดจากโซนกลางตารางพรีเมียร์ลีก ซึ่งทั้งสองทีมมี 28 คะแนนเท่ากัน แต่ลิเวอร์พูลแข่งน้อยกว่า 1 นัด