วิเคราะห์บอล!! พรีเมียร์ลีก "แดงเดือด" ลิเวอร์พูล พบ แมนยู 5 มี.ค. 66


โดย PPTV Online

เผยแพร่




วิเคราะห์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ศึกแดงเดือด ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5 มี.ค. 66

ปรีวิว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 
วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม 2566
(6) ลิเวอร์พูล พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (3) 
สนาม :
แอนฟิลด์ เวลาคิกออฟ : 23.30 น.
ผู้ตัดสิน : แอนดรูว์ แมดลี่ย์ 

ผลงานการพบกันฤดูกาลนี้
22 ส.ค. 2565 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
12 ก.ค. 2565 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 ลิเวอร์พูล (เดอะแมตช์ แบงค็อกเซ็นจูรี่คัพ)

ผลงานการพบกันฤดูกาลที่ผ่านมา 
19 เม.ย. 2565 ลิเวอร์พูล 4-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)
24 ต.ค. 2564 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-5 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)

 

"คล็อปป์" ท้า "เทน ฮาก" เปิดหน้าแลกเกมแดงเดือด ลิเวอร์พูล ดวล แมนยู

สถิติแดงเดือด ที่น่าสนใจก่อนเกม ลิเวอร์พูล พบ แมนยู 5 มี.ค. 66

ลิเวอร์พูล
ผลงาน 5 นัดหลังสุด

1 มี.ค. 2566 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน              2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25 ก.พ. 2566 เสมอ คริสตัล พาเลซ         0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21 ก.พ. 2566 แพ้ เรอัล มาดริด               2-5 (เหย้า) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
18 ก.พ. 2566 ชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด    0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
13 ก.พ. 2566 ชนะ เอฟเวอร์ตัน              2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

สภาพทีมลิเวอร์พูล
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กลับมาคืนฟอร์มอีกครั้งหลังชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 ส่งผลให้ตอนนี้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ของตาราง 24 นัด มี 39 แต้ม ลุ้นไปเล่นบอลยุโรป เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่หงส์แดงเผยว่า หลุยส์ ดิอาซ, ติอาโก้ อัลคันทาร่า และ โจ โกเมซ ยังคงบาดเจ็บต่อไป คาดว่าจะได้กลับมาได้ในกลางเดือนนี้  นาบี เกอิต้า และอาร์ตูร์ เมโล่ สองกองกลางของทีมยังคงฟิตเพียง 50% ส่วนคาลวิน แรมซีย์ ดาวรุ่งของทีมยังเจ็บเข่าอยู่ คาดว่าจะกลับมาฟิตเต็มร้อยช่วงมิถุนายนปีนี้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และโคดี้ กัคโป จะกลับมาสตาร์ต ส่วน ดิโอโก้ โชต้า ยังไม่ฟิต โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ หากยิงได้อีก 1 ประตูจะเท่ากับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่ยิงไว้ 128 ประตูให้กับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก


ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) :
อลีสซง เบคเกอร์ ; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อิบราฮิมา โกนาเต้, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน; สเตฟาน บายเซติช, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่; โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ดาร์วิน นูนเญซ, โคดี้ กัคโป


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผลงาน 5 นัดหลังสุด

1 มี.ค. 2566 ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด       3-1 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
25 ก.พ. 2566 ชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด   2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19 ก.พ. 2566 ชนะ บาร์เซโลน่า             2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก
17 ก.พ. 2566 ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้            3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
12 ก.พ. 2566 เสมอ บาร์เซโลน่า            2-2 (เยือน) ยูโรปา ลีก

สภาพทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีฟอร์มที่ร้อนแรงต่อเนื่อง หลังชนะ 4 เสมอ 1 จาก 5 นัดหลังสุด ยึดพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของตาราง โดยเกมล่าสุดชนะ เวสต์แฮม ทำให้ 24 นัดมี 49 แต้ม ความพร้อมของทีม ลุค ชอว์ เจ็บเล็กน้อย น่าจะลงได้  แต่ เจดอน ซานโช่ ไข้ขึ้น หากฟิจอาจนั่งสำรองก่อน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค ยังคงเจ็บหนัก หมดโอกาสลงเล่นในฤดูกาลนี้ ส่วน คริสเตียน อีริคเซ่น จะกลับมาภายในเดือนเมษายน นอกจากนี้ ทีมแพทย์ของสโมสรยังรายงานว่า อองโตนี่ มาร์กซิยาล ฟิตเพียง 25% เท่านั้น ซึ่ง เทน ฮาก อาจจะยังไม่ส่งลงเล่นในเกมนี้ ส่วน ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ราฟาแอล วาราน,กาเซมีโร่, เฟร็ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด น่าจะกลับมาเป็นตัวจริง หลังเกมล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์เป็นสำรอง


ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) :
ดาบิด เด เคอา ; ดิโอโก้ ดาโลต์, ราฟาเอล วาราน, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ลุค ชอว์; กาเซมีโร่, เฟร็ด ; อันโตนี่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด ; เวาท์ เว็กฮอร์สต์ 


เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
- คู่นี้พบกันมาแล้ว 239 นัดในทุกรายการ ลิเวอร์พูล ชนะ 80 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 91 นัด เสมอ 68 นัด
- พบกันมาแล้วในพรีเมียร์ลีก 61 ครั้ง ลิเวอร์พูลชนะ 18 ครั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนะ 29 ครั้ง เสมอ 14 ครั้ง
- นัดนี้ถือเป็นการพบกันในลีกครั้งที่ 180 ซึ่งผลการแข่งขันระหว่างทั้งสองทีมที่พบมากที่สุดคือลงเอยด้วยผลเสมอ  0-0 (ซึ่งเกิดขึ้นถึง 20 ครั้ง)
- พบกัน 9 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล แพ้เพียงนัดเดียว (ชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 1)
- ลิเวอร์พูลไม่แพ้แมนฯ ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก เกมเหย้า 6 นัดหลังสุด (ชนะ 3 เสมอ 3) นับตั้งแต่ที่แพ้ 1-0 เมื่อมกราคมปี 2016 ซึ่งถือเป็นสถิติไร้พ่ายที่ยาวนานที่สุดอันดับสอง รองจากปี 1970 ถึง 1979 ที่ไร้พ่ายเกมเหย้าถึง 9 นัด
- แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงติดต่อกันมาแล้ว 15 นัดในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เป็นรองจากเมื่อกุมภาพันธ์ถึงตุลาคมปี2020 ที่ยิงติดต่อกันถึง 17 นัด
- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับสถิติมาเป็นชนะ 2 ครั้งใน 13 นัดหลังสุดที่พบกับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 2 เสมอ 6 แพ้ 5) โดยการแพ้ครั้งล่าสุดคือเกมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ที่แพ้คาบ้านให้ ลิเวอร์พูล ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 0-4
- จากทุกรายการแข่งขันใน 5 เกมหลังสุด ความพ่ายแพ้นัดเดียวของลิเวอร์พูลคือการแพ้ 5-2 ที่แอนฟิลด์ ต่อแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกอย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ในเกมที่ออกนำก่อน 2-0 จากประตูของดาร์วิน นูนเญซ และโมฮาเหม็ด ซาลาห์
- ตั้งแต่พรีเมียร์ลีกกลับมาเล่นหลังจบฟุตบอลโลก 2022 ไม่มีทีมใดทำคะแนนเฉลี่ยในการแข่งขันได้มากกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด โดยทีม "ปีศาจแดง" แพ้เพียงเกมเดียวจาก 10 เกมหลังสุด ชนะ 7 เสมอ 2 โดยความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวมาจากการบุกไปแพ้อาร์เซนอล 3-2 ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา
- โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในศึกแดงเดือด โดยยิงไปถึง 10 ประตู ซึ่ง 9 ประตูมาจาก 5 นัดหลังสุดที่กองหน้าอียิปต์ดวลแข้งกับแมนยูฯ พร้อมทำสถิติยิงปีศาจแดงได้ทุกนัดติดต่อกัน
- นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2017/18 มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดที่ยิงลิเวอร์พูลได้ถึง 6 ประตู ซึ่งยังไม่มีใครยิงได้เท่าแรชฟอร์ดเลยนับตั้งแต่ฤดูกาลดังกล่าวเป็นต้นมา
- แรชฟอร์ด ยิงไปแล้ว 10 ประตู จากเกมพรีเมียร์ลีก 10 นัดหลังสุด หลังจากที่ยิงได้ถึง 5 ประตูจาก 5 นัดหลังสุด มีเพียงนักเตะแมนยูฯ 3 คนเท่านั้นที่ยิงได้ 6 นัด 6 ประตูติดต่อกันคือ รุด ฟาน นิสเตลรอย (3 ฤดูกาลซ้อน), เอริค คันโตน่า (เมษายนปี 1996), และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เมษายนปี 2008)


 

TOP ข่าวกีฬา
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ