ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดกลางสัปดาห์ อาร์เซน่อล ที่กำลังลุ้นเป็นแชมป์ เปิดบ้านทำศึกลอนดอนดาร์บี้พบ เชลซี
เกมนี้ มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล ส่ง เลอันโดร ทรอสซาร์ เป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ จอร์จินโญ่ ที่ได้ต้อนรับทีมเก่าในการลงเชื่อมเกมแดนกลาง โดยมียาคุบ คิวิออร์ ยืนเซ็นเตอร์
ขณะที่ทางฝั่ง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ยังคงมองหาชัยชนะนัดแรกนับตั้งแต่กลับมาคุมทีมอีกครั้ง ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมย็อง ได้สตาร์ตลงยิงทีมเก่า โดยเป็น 3 ประสานร่วมกับ , ราฮีม สเตอร์ลิ่งและโนนี่ มาดูเอเก้
เลื่อนเกมพรีเมียร์ลีก "อาร์เซน่อล-เชลซี" เตะ 2 พ.ค.
นาทีที่ 18 เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูกาโย่ ซาก้า เปิดเรียดมาหน้ากรอบเขตโทษให้ มาร์ติน โอเดการ์ด กดด้วยซ้ายบอลเช็ดคานเข้าไปชนิดที่ เกปา ปัดไม่อยู่
จากนั้นนาทีที่ 31 โอเดการ์ด คนเดิมมายิงให้ อาร์เซน่อล หนีเป็น 2-0 เริ่มจาก กรานิต ชาก้า ได้บอลทางซ้ายก่อนเปิดเข้ากลางให้ดาวเตะทีมชาตินอร์เวย์ดีดบอลด้วยซายเข้าไป
อีก 3 นาทีต่อมา อาร์เซน่อล นำห่าง 3-0 เป็นจังหวะที่ กาเบรียล เชซุสยิงติดโฟฟาน่า ก่อนจะตามซ้ำไม่เหลือ ครึ่งแรก "ปืนใหญ่" นำ 3-0
กลับมาครึ่งหลัง นาทีที่ 53 กรานิต ชาก้า แปด้วยซ้าย แต่ยังไม่เป็นประตูที่ 4 เมื่อ เกปา เซฟเอาไว้ได้
จากนั้นนาที 64 เชลซี มาได้ประตูตีไข่แตก ไล่มาเป็น 1-3 มัตเตโอ โควาซิช วางบอลจากกลางสนามมาให้โนนี่ มาดูเอเก้ เกี่ยวบอลลงก่อนยิงไปแฉลบ กาเบรียล ที่มาบล็อคและผ่าน แอร่อน แรมส์เดลเข้าไป
หลังจากนั้นแม้ อาร์เซน่อล จะมีโอกาสแต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูเพิ่มได้ จบเกม อาร์เซน่อล ชนะ 3-1 เก็บเพิ่มเป็น 76 คะแนนแซงแมน ซิตี้ กลับมาเป็นจ่าฝูงชั่วคราวโดยเตะมากกว่า 2 เกม ส่วนเชลซี แพ้รวด 6 เกมทุกรายการ อยู่อันดับ 12 มี 39 คะแนน
ผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : อารอน แรมส์เดล (GK); เบน ไวท์, ยาคุบ คิวิออร์, กาเบรียล มาร์กัลเญซ, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้; มาร์ติน โอเดการ์ด, จอร์จินโญ่, กรานิต ชาก้า; บูกาโย่ ซาก้า, กาเบรียล เฆซุส, เลอันโดร ทรอสซาร์
เชลซี (4-3-3) : เกป้า (GK); เซซ่า อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, เบน ชิลเวลล์; เอนโซ่ เฟอร์นันเดส, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มัตเตโอ โควาซิซ; โนนี่ มาดูเอเก้, ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมย็อง, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง