วงในเผยเบื้องหลังการเดินทางกลับของทีมชาติไทย หลังอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ยุโรป


โดย PPTV Online

เผยแพร่




วงในเผยเบื้องหลังการเดินทางกลับ "ทีมชาติไทย" จากอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ยุโรปที่ต้องด้วยเดินทางเรือ และไม่มีอาหารระหว่างเดินทางให้ทีมไปอุ่นเครื่องที่ยุโรป

หลังจาก ทีมชาติไทย ที่ไม่ได้เรียกผู้เล่นชุดหลักแพ้ให้กับ จอร์เจีย 0-8 ในเกมเยือนยุโรป นัดแรก ตามโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้เกิดกระแสคอมเมนท์ส่วนใหญ่ต้องการให้ไทยลีกมีส่วนต้องรับผิดชอบเพราะจัดโปรแกรมไม่เอื้อกับเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ครั้งนี้ 

ล่าสุด “เจ” วรปัฐ อรุณภักดี นักพากย์ไทยลีกแถวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Worapath Arunpakdee โดยระบุใจความว่า ไม่ได้อยากเขียน แต่สงสารนักบอลไทย แพ้ จอร์เจีย เละก็โดนด่าอยู่แล้ว นี่เหรอครับจะไปฟุตบอลโลก

คอนเทนต์แนะนำ
มาโน่ กระตุ้นบอลไทยลืมความพ่ายแพ้จอร์เจีย 0-8 ฟื้นฟูร่างกายเรียกฟอร์มสู้เอสโตเนีย
ผลบอลทีมชาติไทย บุกแพ้ จอร์เจีย 0-8 อุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์

เกมนัดที่ 2 ที่จะเตะอังคารนี้ ถ้าน้องๆ ไม่แพ้ มึงเอาหัวใจพี่ไปเต็มๆ พี่จะพากย์เข้าข้างพวกมึงสุดหัวใจ ใครด่าก็ช่างแม่ง

และนี่คือแผนการเดินทาง ไป เอสโตเนีย! 
- บินจาก จอร์เจีย ไปลัตเวีย 5 ชม.
- ต่อรถไป เอสโตเนีย อีก 5 ชม. 
- สรุปเดินทาง 10 ชม.
- ระหว่างเดินทางยาวนาน ก็ไม่เตรียมอาหารว่างให้นักบอลเลย น้องๆ ต้องบอกให้รถบัสจอดระหว่างทาง เพื่อกินแม็คโดนัลด์ เพราะหิวจนไม่ไหว เนื่องจากล้าจากการเดินทาง
ส่วนตอนกลับไทย สมาคม ดูวิธีการเดินทางกลับนะครับ
- นั่งเรือจากเอสโตเนีย ไป ฟินแลนด์ 2 ชม.
- จาก ฟินแลนด์ บินเข้าโดฮา กาตาร์
- แล้วบินจากกาตาร์กลับไทย

นี่คือความสะดวกสบายที่นักกีฬาทีมชาติได้รับ แล้วไม่ต้องไปไล่ถามนะครับ ว่าใครบอก ถ้ามันเป็นเรื่องจริง รบกวนผู้บริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลมาอ่านก็พอ เพราะบางทีท่านอาจจะยังไม่รู้ก็ได้ นี่แหละครับ the untold story ที่แท้จริง!

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของฟุตบอลชายทีมชาติไทย จะพบกับ เอสโตเนีย ที่อา เลอ ค็อก อารีนา วันที่ 17 ตุลาคม 2566 เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวีช่อง 32

 

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงการเดินทางจากจอร์เจีย ไป เอสโตเนีย นั้น ไม่มีไฟลท์บินตรง เพราะน่านฟ้ายูเครนปิด ซึ่งทางทีมไทย ทำตามคำแนะนำของเอสโตเนีย คือ บินลงที่ลัตเวีย โดยสมาคมฟุตบอลเอสโตเนีย ได้นำรถบัสและรถขนของสัมภาระไปรอรับที่สนามบินและขับพาไปส่งที่โรงแรมโดยตรง ซึ่งเมื่ออยู่บนรถบัสแล้ว การเดินทางจากลัตเวียเข้าประเทศเอสโตเนียไม่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เพราะมีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจพาสปอร์ตระหว่างทางบนรถบัส ทำให้นักฟุตบอลไม่ต้องเสียเวลา

ทั้งนี้ หากจะต่อเครื่องจากลัตเวียไปเอสโตเนีย แม้สามารถทำได้ แต่ต้องรอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 6 ชม. และนักฟุตบอลต้องทำการตรวจพาสปอร์ต 2 รอบ ทั้งขาเข้าลัตเวียและออกลัตเวีย ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ต้องขนสัมภาระออกและเช็คอินใหม่ ซึ่งนับดูแล้วจะใช้เวลานาน อีกทั้งเป็นคณะใหญ่ จึงมีความยุ่งยากมากกว่าเดินทางส่วนตัว

ขณะที่การเดินทางขากลับเอสโตเนีย มาไทย ต้องนั่งเรือไปฟินแลนด์ บินสู่กาตาร์ แล้วบินกลับไทยนเพราะไม่มีบินตรงจากเอสโตเนียไปกรุงโดฮา ฉะนั้นหากจะเดินทางโดยเครื่องบินจะต้องย้อนไป ลัตเวีย อีก จะใช้เวลานานกว่าจะผ่านแต่ละด่าน นั่งรอต่อเครื่องหลายชั่วโมง และที่สำคัญคือไม่มีสายการบินเดียวกันหรือพันธมิตร ฉะนั้นในทุกครั้งที่เปลี่ยนเครื่องจะต้องเช็กอินสัมภาระใหม่ ดังนั้นจึงประเมินว่า การนั่งเรือจากเอสโตเนียไปฟินแลนด์ เพื่อขึ้นเครื่องที่ฟินแลนด์ต่อไปยังโดฮา เป็นวิธีที่ใช้เวลาน้อยที่สุด

TOP ข่าวกีฬา
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ