จากกรณี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำการยกเลิกสัญญากับ มาซาทาดะ อิชิอิ ผู้ฝึกสอนชาวญี่ปุ่น พร้อมยังเป็นการยุติบทบาทประธานเทคนิคทีมชาติไทย ด้วยเช่นกัน หลัง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย ประกาศแต่งตั้ง อิชิอิ นั่งแท่นประธานเทคนิคเฉพาะฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เพื่อเตรียมทีมชาติไทย ทำศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกในเดือนพฤศจิกายน 2566
โดยทำงานร่วมกับ มาโน โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งเริ่มงานแรกคือศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 49 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพียงทัวร์นาเมนต์เดียวเพราะถูกยกเลิกสัญญา หลังจากนั้นเจ้าตัวได้โพสต์ขอบคุณและเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น
ล่าสุด กุนซือวัย 56 ปี ให้สัมภาษณ์ผ่านยูทูป “Think Curve – คิดไซด์โค้ง”เปิดใจเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า บุรีรัมย์ ได้มีการพูดคุยตอนจบฤดูกาลว่าจะมีผู้ฝึกสอนเข้ามาช่วยงานเพิ่ม และได้ให้ตัวผมไปคุมทีมชาติไทย แต่อาจต้องไปรับตำแหน่งประธานเทคนิคก่อน จากที่คุยช่วงแรกคิดว่าได้เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนหลังจบคิงส์คัพ แต่น่าจะคงมีการเปลี่ยนแปลง คิดว่าจะได้เป็นประธานเทคนิคต่อ แต่เรื่องเงียบไปไม่ได้มีการเซ็นสัญญาแต่อย่างใด
อิชิอิ เปิดใจต่อว่าก่อนหน้านี้ได้คุยกันว่าหลังจบคิงส์คัพ จะได้เป็นเฮดโค้ช รอมาโน่ลงจากตำแหน่งหลังคิงส์คัพ แต่พอทัวร์นาเมนต์จบลงก็มีการแจ้งว่าจะไม่ได้เป็นเฮดโค้ช ผมรับทราบตามนั้น แต่ก็มีการถามว่าถ้าให้เป็นประธานเทคนิคโอเคไหม ผมก็กลับมาคิดว่าผมสามารถทำอะไรให้ทีมชาติไทยได้บ้าง ถ้าทำทีมชาติอยากทำสัญญากับทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย แต่พอไม่มีสัญญากับสมาคมฟุตบอล ทุกเรื่องก็เงียบไป และหลังจากจบคิงส์คัพได้ 2 วัน "มาดามแป้ง" แจ้งว่าไม่ได้เป็นโค้ชทีมชาติไทยแล้ว แต่ให้นั่งตำแหน่งประธานเทคนิคก่อน ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพื่อรอ มาโน่ ออกจากตำแหน่ง สุดท้ายไม่มีสัญญาอย่างเป็นรูปธรรมกับสมาคมฯ ทำให้ตัดสินใจกลับประเทศญี่ปุ่น