เป้าหมายก่อนเริ่มฤดูกาลของทีมใหญ่อย่างลิเวอร์พูลและแมนฯยูไนเต็ดคงไม่พ้นการเป็นแชมป์ แต่พอเริ่มฤดูกาล ความเป็นจริงก็จะเริ่มปรากฎจากผลงานในสนามแปรผันออกมาเป็นตัวเลขบนตารางคะแนน และเป้าหมายก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากอยากเป็นแชมป์ ก็อาจจะลดเหลือขอติดท็อปโฟร์ไปเล่นบอลยุโรป หรือช่วงท้ายฤดูกาลอาจจะลดเหลือแค่ไปยูโรป้าก็ยังดี จริงอยู่ว่านี่ยังไม่ถึงครึ่งฤดูกาล อะไร ๆ ก็ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว
ด้านผู้มาเยือนอย่างแมนยูไนเต็ด กำลังอยู่ในช่วงวิกฤตอีกแล้วก็ว่าได้ หลังเพิ่งแพ้ให้กับ เอฟซี โคเปนเฮเกน 3-4 ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่งผลให้ปีศาจแดงตกรอบแชมเปี้ยนลีกส์มาหมาด ๆ แถมตัวผู้เล่นตัวหลักยังเจ็บเพียบ ทั้ง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ , คาเซมิโร่ , ลิซานโดร มาร์ติเนซ ส่วนอันดับในลีกก็ไม่สู้ดี อยู่อันดับที่ 6 ของตารางและห่างจากพื้นที่ท็อปโฟร์อยู่ 6 แต้ม
ไม่ว่ามองมุมไหนเกมนัดนี้หงส์แดงก็ดูดีกว่าในทุกมิติ แต่ในศึกแห่งศักดิ์ศรีแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เกมนี้สามารถเป็นจุดพลิกเกมของฤดูกาลได้เลย หากแมนฯยูสามารถเก็บสามคะแนนออกจากแอนฟิลด์ไปได้ แต่ถ้าแพ้ขึ้นมาหละก็ เก้าอี้ของเอริค เทน ฮากอาจจะไม่แข็งแรงหรือถึงขั้นหักเลยก็เป็นได้ ซึ่งอาจจะคล้ายตอนสมัยที่โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือแมนยูถูกปลดในวันที่บักมาแพ้ลิเวอร์พูล 1-3 และโดนเด้งในอีก 2 วันต่อมา
รูปเกมของเกมนี้คงเดาไม่ยาก ฝั่งเจ้าบ้านคงพับสนามบุกใส่ตามปกติ เกมรุกกำลังทำผลงานได้ดีมีประตูมาฝากตลอด แถมช่วงหลังยังมีทีเด็ดจากการยิงไกลอีกด้วย
เอาสถิติมาฝากเล็กน้อย 10 เกมหลังสุดในลีก ลิเวอร์พูลแพ้เพียงแค่เกมเดียว ส่วนผลงานในแอนฟิลด์ก็ยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ ส่วนแมนยู 10 เกมหลังสุดแม้จะชนะ 6 เกมแต่ก็แพ้ไปถึง 4 เกม โดยการมาเยือนฤดูกาลล่าสุด พวกเขาโดนถล่มไปถึง 7 ประตู และศึกแดงเดือด 5 นัดหลังสุดพลพรรคปีศาจแดงเอาชนะได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
จากสถิติและสถานการณ์ทุกอย่างชี้ไปที่ลิเวอร์พูลว่าน่าจะคว้าชัยไปครองได้อย่างไม่ยากเย็นและเป็นจ่าฝูงต่อไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และแน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขาในฤดูกาลนี้คือการกลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้ง
ส่วนทีมเยือนนี่จะเป็นเกมที่ชี้ชะตาทิศทางของทีมในฤดูกาลนี้ ว่าจะมีโอกาสลุ้นติดท็อป 4 หรือจะเล่นแค่รอจบฤดูกาลเท่านั้น และที่สำคัญคือนี่อาจเป็นเกมตัดสินชะตาของเทน ฮาก เช่นกัน เพราะข่าวโดนปลดเริ่มมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังมีข่าวปัญหาภายในห้องแต่งตัวออกมาตลอดเวลา นัดนี้ความตั้งใจของนักเตะในสนามจะเป็นตัวบอกว่าข่าวลือนั้นเป็นจริงหรือไม่ และเป้าหมายของทีมในฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป