แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพ เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันหลังชนะ โคเวนทรี ในการดวลจุดโทษ 4-2 (เสมอในเวลา 3-3) โดยจะไปรีแมตช์กับแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมเพื่อนร่วมเมือง
จากชัยชนะเกมนี้ทำให้ ปีศาจแดง ทำสถิติใหม่ขึ้นมาโดยถือเป็นการเล่นรอบรองชนะเลิศ ครั้งที่ 32 ในประวัติศาสตร์สโมสร และยังเป็นทีมที่ผ่านเข้าชิงฯรายการนี้ได้มากที่สุด 22 ครั้ง แซงหน้า อาร์เซน่อล ที่มีสถิติเดิมเท่ากันที่ 21 ครั้ง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับเป็นทีมที่ไม่สามารถชนะคู่แข่งในเวลาปกติกหรือช่วงต่อเวลาพิเศษโดยที่ทีมขึ้นนำด้วยสกอร์ 3 ประตู เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เสมอกับ เวสต์บรอมวิช 5-5 ในเกมสุดท้ายของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เดือนพฤษภาคม 2013
ขณะที่สถิติของนักเตะ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำประตูและแอสซิสต์ไปแล้ว 17 นัด ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่เขาประเดิมสนามให้กับสโมสรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020 โดยผู้เล่นในพรีเมียร์ลีกคนเดียวที่ทำได้รวมทุกรายการคือ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ (20 นัด)
สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 13 รีแมตช์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดีกรีแชมป์เก่า ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้
สำหรับฟุตบอลเอฟเอ คัพ มีการจัดแข่งครั้งแรกในฤดูกาล 1871–1872 โดยทีมที่เข้าชิงรองลงมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด คือ อาร์เซน่อล เข้าชิง 21 ครั้ง แต่ได้แชมป์ในรายการนี้มากที่สุด 14 สมัย อันดับ 3 เชลซี เข้าชิง 16 ครั้งได้แชมป์ 8 ครั้งเท่ากับ ลิเวอร์พูล ที่ผ่านเข้าชิงทั้งหมด 15 ครั้ง
สโมสรเข้าชิงเอฟเอ คัพ รวมมากสุดในประวัติศาสตร์
22 - แมนฯ ยูไนเต็ด (ได้แชมป์ 12 สมัย)
21 - อาร์เซนอล (ได้แชมป์ 14 สมัย)
16 - เชลซี (ได้แชมป์ 8 สมัย)
15 - ลิเวอร์พูล (ได้แชมป์ 8 สมัย)
13 - นิวคาสเซิล (ได้แชมป์ 6 สมัย)
13 - เอฟเวอร์ตัน (ได้แชมป์ 5 สมัย)
13 - แมนฯ ซิตี้ (ได้แชมป์ 7 สมัย)
“บิ๊กโจ๊ก” ยื่นเอาผิดพนักงานสอบสวน-นายกฯ มั่นใจได้กลับมาแน่!