ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ฤดูกาล 2023-2024 นัดชิงชนะเลิศ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แชมป์รายการนี้เมื่อปี 1997 และ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยจะเล่นที่สังเวียนกลาง สนามเวมบลีย์ ในวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 02.00 ตามเวลาประเทศไทย คู่นี้พบกันครั้งหลังสุดในรอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2017-2018 โดย เรอัล มาดริด ชนะทั้ง 2 นัด ด้วยสกอร์ 3-1 และ 3-2
เอดิน แทร์ซิช พาดอร์ทมุนด์ จบอันดับ 5 ในตารางบุนเเดสลีกา เยอรมัน ส่วนในรอบรองชนะเลิศที่ผ่านมาชนะ เปแอสเช มาได้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 2-0 ซึ่งเกมนี้น่าจะใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุด ทั้ง คาริม อเดเยมี่ กับ เจดอน ซานโช่ ที่จะเล่นขนาบข้าง นิคลาส ฟุลล์ครุก ในเกมรุกที่มี เซบาสเตียน อัลแลร์ รอสอดแทรกข้างสนาม ยูเลี่ยน บรันด์ท, เอ็มเร่ ชาน และ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ จะเชื่อมเกมแดนกลาง เกมรับมี มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ กับ นิโก้ ชล็อตเทอร์เบ็ค ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ และใช้ เกรกอร์ โคเบล ทำหน้าที่ปราการด่านสุดท้าย ด้าน มาร์โก รอยส์ ตำนานที่อยู่กับทีมมา 12 ปี ลงเล่นไป 427 นัด ทำไป 170 ประตู และกำลังจะอำลาสโมสรหลังจบฤดูกาลนี้ ลุ้นลงสนามเกมสุดท้ายให้กับทีมในนัดนี้
คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียน ที่พาทีมเป็นแชมป์ ลา ลีกา สมัยที่ 36 ส่วนในรอบรองชนะเลิศชนะ บาเยิร์น มิวนิค มาได้ด้วยสกอร์รวม 4-3 โดยเกมนี้จะพลาดใช้งานกองกลางอย่าง ออเรลิยอง ชูอาเมนี่ ที่เจ็บกระดูกเท้าข้างซ้ายจากเกมที่พบกับ บาเยิร์น มิวนิค นัดที่ 2 จู๊ด เบลลิงแฮม ดาวเตะที่ถูกประเมินมูลค่าสูงสุดในโลกล่าสุด จะลงพบกับทีมเก่า ด้วยการลงยืนเป็นเพลย์เมคเกอร์อยู่ข้างหลังคู่หน้า โรดรีโก้, วินิซิอุส จูเนียร์ แดนกลาง โทนี่ โครส จะทำเกมร่วมกับ เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, เอดูอาร์โด คามาวิงก้า ขณะที่ อังเดร ลูนิน ผู้รักษาประตูเจอไข้หวัดเล่นงาน ต้องลุ้นว่าจะหายทันหรือไม่ หากไม่พร้อม ติโบต์ กูร์กตัวส์ จะลงทำหน้าที่มือ 1 ส่วน ดาวิด อลาบา เจ็บยาว
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
ดอร์ทมุนด์ (4-1-2-2-1) : เกรกอร์ โคเบล - ยูเลี่ยน รีเยอร์สัน, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, นิโก้ ชล็อตเทอร์เบ็ค, เอียน มาตเซ่น - เอ็มเร่ ชาน - มาร์เซล ซาบิตเซอร์, ยูเลี่ยน บรันด์ท - เจดอน ซานโช่, คาริม อเดเยมี่ - นิคลาส ฟุลล์ครุก
เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - ดานี่ การ์บาฆาล, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, นาโช่ เฟร์นานเดซ, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ - เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, เอดูอาร์โด คามาวิงก้า, โทนี่ โครส - จู๊ด เบลลิงแฮม - โรดรีโก้, วินิซิอุส จูเนียร์
ความน่าจะเป็นของเกม
ตามเนื้อผ้าแล้ว ดอร์ทมุนด์ ถูกมองว่าเป็นรอง ด้วยศักยภาพตัวผู้เล่น รวมไปถึงในส่วนของกุนซือ หากเทียบในเรื่องความมุ่งมั่นแล้ว เรอัล มาดริด มีมากกว่าไม่ว่าจะเป็นการต้องการไปสู่การคว้าดับเบิ้ลแชมป์ฤดูกาลนี้ พร้อมสร้างสถิติเพิ่มเป็นแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรป เป็นสมัยที่ 15 เกมช่วงแรก ด้วยองค์ประกอบของกองเชียร์ ที่เล่นในสนามเป็นกลางอย่างเวมบลีย์ อาจจะสูสี เล่นกันแบบรัดกุม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเคี่ยวของ มาดริด โดยเฉพาะในแดนกลางถึงหน้านั้นจัดจ้านกว่า ทำให้เมื่อจบ 90 นาที ลูกทีมของ "อันเช่" น่าจะสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาได้
สกอร์ที่คาด
เรอัล มาดริด ชนะ 2-1
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
-โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กับ เรอัล มาดริด เคยพบกันมาแล้วในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว 14 นัด โดย เรอัล มาดริด ชนะ 6 ครั้ง เสมอกัน 5 ครั้ง ดอร์ทมุนด์ ชนะ 3 ครั้ง
-ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้ง ดอร์ทมุนด์ กับ เรอัล มาดริด พบกันในนัดชิงชนะเลิศ
-คู่นี้พบกันครั้งแรกในรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกปี 1998 โดยมาดริดชนะด้วยสกอร์รวม 2-0 จากประตู เฟร์นันโด มอริเอนเตส และคริสติยอง การอมเบอ ในเลกแรกที่เบร์นาเบว
-ดอร์ทมุนด์ เข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งที่ 3 โดยครั้งหลังสุดคือในฤดูกาล 2012-2013 ซึ่งครั้งนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ คุมทีมแต่พลาดท่าพ่ายแพ้บาเยิร์น มิวนิค 1-2 ที่สนามเวมบลีย์แห่งนี้
-'เจ้าชายแห่งเสือเหลือง' อย่าง มาร์โก รอยส์ และ ของดอร์ทมุนด์ จากการพ่ายแพ้ในปี 2013 เป็นการรอคอย 11 ปี โดยการเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2023/24 นี้ จะเป็นการแก้มืออีกครั้งของรอยส์ ก่อนอําลาทัพเสือเหลือง
-เรอัล มาดริด เข้าชิงครั้งนี้เป็นสมัยที่ 18 สมัย เป็นสถิติที่สูงสุดใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
- เรอัล มาดริด เข้าชิงครั้งหลังสุดเมื่อปี 2022 โดยในครั้งนั้น ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 จากประตูชัยของ วินิซิอุส จูเนียร์
-หาก เรอัล มาดริดชนะนัดชิงชนะเลิศ จะเป็นการนําถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมปเปี้ยนลีก เป็น สมัยที่ 15 มากที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งยุโรป
-โฆเซลู ซูเปอร์ซับ ผู้ผลิกชะตาเกมของ ราชัน ชุดขาว กดประตูชัย 2 ประตู ในรอบรองชนะเลิศในบ้านพบ บาเยิร์น มิวนิค โดยชนะ 2-1
วัดเชิงกุนซือ
เอดิน แทร์ซิช
เริ่มจากการเป็นผู้จัดการโค้ชของ อคาเดมี ดอร์ทมุนด์ในปี 2010 แทร์ซิช เคยเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่ชั่วคราว ช่วงระหว่างฤดูกาล 2020-2021 เมื่อนำ "ทัพเสือเหลือง" คว้าชัยเหนือ แอร์เบ ไลป์ซิก ในรอบชิงชนะเลิศ บอลถ้วยของเยอรมัน ก่อนที่จะพาทีมนั้นทําผลงานใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ดีอย่างต่อเนื่องและสามารถนำ ดอร์ทมุนด์ เข้าชิงที่ เวมบลีย์ ได้อีกครั้ง
คาร์โล อันเชล็อตติ
กุนซือชาวอิตาเลียน ผู้มากความสามารถและผู้นำ มาดริด และก็เคยนำ " ราชันชุดขาว" สู่นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ในปี 2014 ซึ่งการกลับมาคุมทีมครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาคุมทีมเป็นครั้งที่สอง เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2021 พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 4 สมัย นอกจากนี้ อันเชล็อตติ ยังพา มาดริด คว้าแชมป์ลาลี กาในฤดูกาล 2021-2022 ทำให้กลายเป็นโค้ชคนแรกที่คว้าแชมป์ในอิตาลี อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และ สเปน และล่าสุดสร้างสถิติประวัติศาสตร์ให้กับมาดริด ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา เป็นสมัยที่ 36
ผลวอลเลย์บอลหญิงไทย ชนะ ฝรั่งเศส นัดที่ 2 ศึกเนชั่นส์ ลีก 2024 สัปดาห์ 2
1 มิ.ย.67! กฟน.ประกาศ “ดับไฟ” 11 พื้นที่ กทม.-สมุทรปราการ-นนทบุรี
ชวนสร้างมีม "ป้ายกรุงเทพ" จากเว็บ "BKK Sticker" ออกแบบได้ด้วยตัวเอง!