กองหน้าวัย 37 ปี ทำไป 20 ประตูจากทุกรายการให้กับทัพ “จิ้งจอกสยาม” ในฤดูกาล 2023/24 และเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับที่สามของสโมสร โดยทำไปแล้ว 190 ประตู
วาร์ดี้ ลงสนามให้กับทีมทั้งหมด 464 นัด นับตั้งแต่เซ็นสัญญาจาก ฟลีตวู้ด ทาวน์ ในปี 2012 พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, แชมป์เอฟเอ คัพ, แชมป์ เอฟเอ คอมมูนิตี้ ชิลด์ และ แชมป์ฟุตบอล แชมเปี้ยนชิพ 2 สมัย
"กับจำนวนประตูที่ผมทำได้ (เมื่อฤดูกาลที่แล้ว) ผมพอใจกับมัน แต่ผมรู้สึกว่า ผมยังทำประตูได้มากกว่านี้ ผมยังดูแลตัวเอง ผมพูดเสมอว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข ตอนนี้ขาของผมยังรู้สึกสบายดี ดังนั้นผมจึงขอเดินหน้าต่อไปจนกว่าขาของผมจะบอกว่า 'พอแล้ว มันจบแล้ว’ มันจะต้องมีสักวันหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้"
"พวกเราตั้งตารอพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ และดูว่าเราจะทำได้ดีแค่ไหน แน่นอน 100 ปอร์เซ็นต์ นี่คือลีกที่ดีที่สุดในโลก นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ"
นอกจากนี้ วาร์ดี้ ยังทำสถิติลงเล่นให้สโมสรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 เขามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพาทีมกลับคืนสู่ พรีเมียร์ลีกของเลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2023-2024 โดยทำไป 18 ประตูในศึก แชมเปี้ยนชิพ
อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษ อยู่ในทีมชุดคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนชิพในฤดูกาล 2013/14 และเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลต่อมา ก่อนจะเป็นส่วนหนึ่งของการพาทีมสร้างตำนาน Great Escape รอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อย่างปาฏิหารย์
ฤดูกาล 2015-2016 "จิ้งจอกสยาม" คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ วาร์ดี้ ยิงไป 24 ประตูในทุกรายการ รวมถึงทำสถิติยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีก 11 นัดติดต่อกัน ในเกมพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม" ในเดือนพฤศจิกายน 2015 ทำลายสถิติของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่ทำไว้ 10 นัดติดต่อกันได้สำเร็จ