ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2024 ที่ประเทศเยอรมนี รอบ 8 ทีมสุดท้าย อังกฤษ รองแชมป์ครั้งที่แล้ว ที่รอบ 16 ทีม ชนะสโลวาเกีย ในช่วงต่อเวลาพิเศษ พบ สวิตเซอร์แลนด์ ที่พลิกล็อกผ่านแชมป์เก่า อิตาลี มาได้ โดยจะเตะที่ดุสเซลดอร์ฟ สเตเดี้ยม ในเวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย พีพีทีวี เอชดี 36 ถ่ายทอดสด คู่นี้พบกันครั้งล่าสุดคือเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนมีนาคมปี 2022 ซึ่งเกมนั้นอังกฤษ ชนะ 2-1 โดย บรีล เอ็มโบโล่ ยิงนำก่อนให้สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนที่อังกฤษจะมาได้ประตูจาก ลุค ชอว์ และจุดโทษของ แฮร์รี่ เคน
สวิตเซอร์แลนด์ วางแผนจัดการจุดอ่อนอังกฤษ พร้อมดวลรอบ 8 ทีม ยูโร 2024
แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซืออังกฤษ พาทีมลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ ชนะ 2 เสมอ 2 โดยในจำนวนนี้ 1 นัด เป็นการชนะต่อเวลาพิเศษในเกมล่าสุด ที่แซงชนะ สโลวาเกีย 2-1 โดยในเกมดังกล่าว มาร์ค เกฮี ปราการหลังรับใบเหลืองครบโควตาจะติดแบนในเกมนี้ ทำให้ เอซรี คอนซ่า จะลงมาแทนและคาดว่าจะมีการปรับมาเล่นในระบบหลัง 3 คน ด้าน จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ทำประตูตีเสมอในเกมเดียวกันนั้น ก่อนทีมพลิกกลับมาชนะ ล่าสุดทางยูฟ่า ได้สั่งแบน 1 นัด จากการไปทำท่าดีใจด้วยการกุมเป้าเย้ยหยัน แต่ก็เป็นการคาดโทษเป็นเวลา 1 ปีซึ่งจะมีผลก็ต่อเมื่อทำผิดอีกครั้ง ทำให้แข้งจากเรอัล มาดริด จะสามารถลงเล่นในเกมนี้ได้ ส่วน บูคาโย่ ซาก้า ต้องลุ้นว่าเกมนี้จะถูกถอยมาเล่นวิงแบ๊คซ้าย และ คีแรน ทริปเปียร์ หรือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ อยู่ทางขวา แดนกลาง ค็อบบี้่ ไมนู ต้องลุ้นว่าจะได้ยืนตรงกลางต่อไปหรือไม่ ขณะที่ แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมจะลงยืนค้ำ โดยอาจจะเป็นไอแวน โทนี่ย์ ที่ได้ลงจับคู่ ขณะที่ ลุค ชอว์ แบ็คซ้ายแม้จะกลับมาซ้อมใด้แล้วแต่ความฟิตยังคงได้แค่นั่งสำรองเท่านั้น
มูรัต ยาคิน นำสวิตเซอร์แลนด์ ลงเล่นในรายการนี้ด้วยผลงาน 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 2 โดยเกมนี้จะได้ ซิลวาน วิดเมอร์ กองกลางตัวริมเส้นกลับมาหลังจากถูกแบนในเกมชนะอิตาลี 2-0 และจะลงยืนทางขวา และเป็น มิเชล เอบิเชอร์ จะกลับไปเล่นทางซ้าย โดย ดาน เอ็นดอย หรือ รูเบน วาร์กาส ที่เล่นดีและทำประตูได้ในนัดกับ "อัซซูรี่" คนใดคนหนึ่งอาจกลับไปนั่งสำรอง โดยมีกัปตันทีม กรานิต ชาก้า เชื่อมเกมตรงกลางร่วมกับ เรโม่ ฟรอยเลอร์
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
อังกฤษ (3-5-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด - ไคล์ วอล์คเกอร์, เอซรี คอนซ่า, จอห์น สโตนส์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ , จู๊ด เบลลิงแฮม, เดแคลน ไรซ์, ฟิล โฟเด้น, บูคาโย่ ซาก้า - แฮร์รี่ เคน, ไอแวน โทนี่ย์
สวิตเซอร์แลนด์ (3-4-3) : ยาน ซอมเมอร์ - ฟาเบียน แชร์, มานูเอล อคานจี, ริคาร์โด้ โรดริเกซ - ซิลวาน วิดเมอร์, เรโม่ ฟรอยเลอร์, กรานิต ชาก้า, มิเชล เอบิเชอร์ - ฟาเบียน รีเดอร์, บรีล เอ็มโบโล่, ดาน เอ็นดอย
ความน่าจะเป็นของเกม
ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของอังกฤษว่าจะอาจเกิดขึ้นแบบใด และตอบโจทย์มากน้อยแค่ไหนในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งนั่นอาจเป็นคำถามกับการปรับแท็คติกไปมาของ แกเร็ธ เซาธ์เกต อาจชี้ให้เห็นจุดอ่อนซึ่งทำให้ สวิตเซอร์แลนด์ ที่ทีมสมดุลย์ และกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจหลังปราบอิตาลี มาได้นั่น หาจังหวะเจาะเข้าทำ เกมนี้ช่วงต้น อาจดูเชิงสูสีก็จริง แต่สุดท้ายแล้วจะเป็นทีมจาก "แดนนาฬิกา" ที่ขุมกำลังจากหลังยันหน้าเล่นด้วยระบบและลงตัวกว่าจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปได้ในที่สุด
สกอร์ที่คาด
สวิตเซอร์แลนด์ ชนะ อังกฤษ 1-0