หนึ่งในนักกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่น่าจับตามองคือ “การ์ลอส อัลการาซ” ตัวเต็งเหรียญทองโอลิมปิกเทนนิสชาย
ในตอนที่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คว้าแชมป์แกรนด์สแลมครั้งแรกในปี 2003 ถือเป็นารสร้างยุคแห่งการยึดครองวงการโดยนักกีฬาแค่ 3 คน เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2023 เฟเดอเรอร์คว้าแชมป์เมเจอร์ไปได้ 20 รายการ ราฟาเอล นาดาล ได้ไป 22 รายการ และโนวัก ยอร์โควิช เก็บไปทั้งหมด 24 รายการ
ทั้งสามคนคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรวมกันทั้งหมด 66 รายการจาก 81 รายการที่เป็นไปได้ จนกลายเป็นชายสามคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคของ Open Era
ที่ผ่านมาก็มีความคาดหวังว่า ความสำเร็จดังกล่าวจะไม่คงอยู่ตลอดไป ผู้เล่นที่อายุน้อย แข็งแกร่ง หิวโหย จะปรากฏตัวขึ้นมาและเข้ามาแทนที่นักกีฬาหน้าเก่าเหล่านี้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้นจริง จนกระทั่งเฟเดอเรอร์แขวนแร็กเก็ต นาดาลเริ่มมีความคิดที่จะรีไทร์ ในที่สุดคู่แข่งที่อายุน้อยกว่าก็บุกทะลวงเข้ามา ชายคนนั้นคือ การ์ลอส อัลการาซ
ยอร์โควิชบอกว่า ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเกมของอัลการาซน่าประทับใจ สมบูรณ์แบบมาก ๆ เล่นได้ทั้งเกมรับเกมรุก เขาจึงเป็นที่พูดถึงในวงการ “ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีนักเทนนิสอายุน้อยกล้าหาญพอที่จะมาท้าทายผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลกและคว้ารางวัลถ้วยใหญ่ แต่ขณะเดียวกัน ก็ควรมีการถ่อมตัวและทำตัวนอกสนามที่ดีอย่างที่อัลการาซเป็น”
อัลการาซเกิดที่ประเทศสเปน ดินแดนที่คนคลั่งไคล้เทนนิส เริ่มต้นได้ง่ายกว่าคนอื่นเพราะคุณพ่อเป็นอดีตนักเทนนิส และเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฝึกเทนนิสด้วย แต่อัลการาซเองก็แข็งแกร่งกว่าคนในวัยเดียวกัน เขาเล่นในระดับซีเนียร์ตั้งแต่อายุ 16 ปี ได้แชมป์ ATP Tour ครั้งแรกตอนอายุ 18 ปี และเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลปี 2021 เขาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง
อัลการาซบอกว่า เขาฝึกเพื่อจะเป็นมือหนึ่งให้ได้ โดยพยายามไม่คิดถึงสิ่งที่ทุกคนพูดถึง พยายามที่จะเป็นตัวของตัวเอง โดยกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้เป็นนักหวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ในปีต่อมา เขาก็ทำได้ตามสัญญา คว้าแชมป์ทัวร์ไป 5 รายการ รวมถึงรายการมาสเตอร์ที่มาดริดและไมอามี ก่อนที่จะคว้าแกรนด์สแลมครั้งแรกได้ที่ยูเอสโอเพน ตอนอายุ 19 ปี 4 เดือน 6 วัน กลายเป็นมือหนึ่งของโลกที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ATP Tour
“ตอนเด็กผมฝันมาตลอดว่าจะเป็นแชมป์แกรนด์สแลม ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ผมมีความสุขจริง ๆ วันนี้ผมรู้สึกสุดยอดมาก ๆ และมีความสุขมากที่ได้แบ่งปันถ้วยรฃางวัลนี้กับพวกคุณทุกคน” อัลการาซกล่าวในเวลานั้น
อัลการาซมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าแค่นักหวดคนหนึ่ง ในประวัติศาสตร์วงการเทนนิสที่ผ่านมามีนักหวดรุ่นเยาว์หลายคนที่ปรากฏตัวขึ้นมาได้แชมป์แกรนด์สแลมไปรายการหนึ่งแล้วหายไป อัลการาซพิสูจน์ให้เห้นว่าเขาแข็งแกร่งขึ้น เพราะคว้าแกรนด์สแลมที่ 2 ได้ในปีถักมาที่วิมเบิลดัน ชนะยอร์โควิชไปใน 5 เซต
คำชมไหลมาอย่างล้นหลามและรวดเร็วสำหรับชายหนุ่มที่พร้อมแล้วจะก้าวขึ้นมาเป็นหน้าตาของวงกาเทนนิสหลังยุค Big Three
ยอร์โควิชบอกว่า “เขาเพิ่งเริ่มต้น เพียงไม่กี่ปีเท่านั้นที่เขาเล่นในระดับสูงสุด เขาเป็นผู้ชนะแกรนด์สแลม 2 ครั้งแล้ว เป็นอันดับ 1 ของโลก ผมมายถึงว่า เขาน่าทึ่งมาก ๆ ที่สามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้ด้วยวัยเพียง 19-20 ปีเท่านั้น เขาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่จบอันดับ 1 ของโลกเมื่อสิ้นฤดูกาล ดังนั้นพูดได้เลยว่าเขาเป็นคนที่พิเศษมาก ๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขามีอาชีพที่ยอดเยี่ยมรออยู่ข้างหน้า”
ชื่อเสียงของอัลการาซน่าจะเพิ่มขึ้นอีกถ้าอัลการาซได้เหรียญทองโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส นักหวดสเปนรายนี้พิสูจน์ตัวเองแล้ว หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้เขาอาจจะต้องเผชิญหน้ากับยอร์โควิชในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งก็อาจเป็นแมตช์ของการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยก็ว่าได้
อัลการาซพูดถึงยอร์โควิชว่า “เขาเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการของเรา ทุกสิ่งที่เขาทำมันน่าเหลือเชื่อ จิตใจของเขาแข็งแกร่งมาก ผมจะบอกเลยว่าเขาไม่เคยยอมแพ้ ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก อาจมีช่วงเวลาที่เขาล้มหรือกำลังจะพ่ายแพ้ แต่เขาก็มักสร้างโอกาสให้กับตัวเองและกลับมาคว้าชัยชนะได้ตลอด นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เขามี ซึ่งผมก็พยายามที่จะนำไปใช้กับเกมของตัวเอง”
สำหรับเทนนิสชายที่ปารีสเกมส์ 2024 มีแนวโน้มว่าจะเป็นการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ และน่าจับตาเหลือเกินว่า ดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างอัลการาซจะสามารถคว้าเหรียญทองมาได้หรือไม่