พลเอก วิสุทธิ์ เดชสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความพร้อมของทีมยกน้ำหนักไทย ชุดเตรียมทำศึกโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศส ว่า นักกีฬาทั้ง 4 คนที่คว้าโควตาร่วมชิงชัยในศึก "ปารีส 2024" รอบนี้ ทุกคนผ่านการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง อยู่ที่ศูนย์ฝึกยกน้ำหนักฯ จ.เชียงใหม่ ซึ่งทุกคนมีสภาพร่างกายสมบูรณ์ พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว
ร้านค้า 2 ล้านราย เข้าระบบดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ภายใน 2 เดือน
โดยทีมมีโปรแกรมจะออกเดินทางจากประเทศไทยไปยังกรุงปารีส ในช่วงดึกวันที่ 28 กรกฏาคมนี้ ซึ่งหลังเดินทางถึงในวันที่ 29 กรกฏาคม ก็จะเข้าพักที่หมู่บ้านนักกีฬา และเข้าสู่โปรแกรมเตรียมร่างกายและฝึกซ้อมก่อนขึ้นเวทีแข่งขันต่อไป
โดยหลังเดินทางถึงในวันที่ 29 ก.ค.จะเข้าพักที่หมู่บ้านนักกีฬา และเข้าสู่โปรแกรมเตรียมร่างกายและฝึกซ้อมก่อนขึ้นเวทีแข่งขันต่อไป ส่วนที่ผ่านมาสมาคมยกน้ำหนักคว้าเหรียญครั้งแรกเมื่อปี 2000 จาก เกษศราภรณ์ สุตา จากนั้นทุกครั้งที่เข้าร่วมแข่งขันในโอลิมปิกรอบสุดท้าย เราก็ไม่ทำให้แฟนๆ กีฬาชาวไทยผิดหวัง เพราะทุกครั้งที่เข้าร่วมนักกีฬาทุกคนสู้อย่างเต็มที่ และมีเหรียญรางวัล ทั้งเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดงกลับมาฝากแฟนกีฬาชาวไทยโดยตลอด ซึ่งครั้งนี้ที่ได้โควตา 4 รุ่น เมื่อดูจากความพร้อม บวกกับสถิติของนักกีฬาเราที่พัฒนาขึ้นแล้ว ถือว่าอยู่ในข่ายที่มีลุ้นเหรียญรางวัลทั้ง 4 คน อย่างไรก็ตามก็คงไม่ประมาทชาติอื่นๆ ที่อาจจะพัฒนาเช่นกัน
สำหรับกีฬายกน้ำหนักในศึกโอลิมปิกเกมส์ 2024 มีชิงชัยทั้งสิ้น 10 เหรียญทอง แบ่งเป็นชาย 5 รุ่น และหญิง 5 รุ่น แต่ละชาติได้สิทธิ์เข้าร่วมเต็มที่ไม่เกินชาติละ 6 รุ่น (ชาย 3 รุ่น หญิง 3 รุ่น)
โปรแกรมแข่งขันของทีมนักกีฬายกน้ำหนักไทยทั้ง 4 คน (เวลาไทย) มีดังนี้ วันพุธ ที่ 7 ส.ค.2567 เวลา 20.00 น. ธีระพงศ์ ศิลาชัย แข่งขันรุ่น 61 กก.ชาย จากนั้นในคืนวันเดียวกันหรือเช้าตรู่วันพฤหัสบดี ที่ 8 ส.ค.2567 เวลา 00.30 น. สุรจนา คำเบ้า แข่งขันรุ่น 49 กก., ช่วงดึกวันพฤหัสบดี ที่ 8 ส.ค.2567 (เช้าตรู่วันที่ 9 ส.ค.2567) เวลา 00.30 น. วีรพล วิชุมา แข่งขัน รุ่น 73 กก.ชาย และ วันอาทิตย์ ที่ 11 ส.ค.2567 เวลา 16.30 น. ดวงอักษร ใจดี แข่งขัน รุ่นมากกว่า 81 กก.หญิง
ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยลงสู้ศึกโอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024 ชมสด! ผ่านทางหน้าจอ PPTV HD 36 และเว็บไซต์ www.pptvhd36.com รวมถึงเกาะติดความเคลื่อนไหวทุกช่วงข่าวกีฬาของทางสถานีฯ ในทุกช่องทางโซเซียลมีเดีย ทั้ง Facebook TikTok และ YouTube : PPTVHD36 และ PPTV Sports