ตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย จะมีหาผู้ดำรงตำแหน่งใหม่หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พ้นตำแหน่งไปเป็นที่เรียบร้อยตามธรรมนูญโอลิมปิกไทย หลังไม่ได้รับเลือกขึ้นเป็นนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ทำให้คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ต้องมีประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งประธาน และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ในวันที่ 25 มีนาคม 2568
ไปดูประวัติของ 3 แคนดิเดต ที่จะชิงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ว่ามีเส้นทางเป็นมาอย่างไรในวงการกีฬา
"สุชัย" โชว์วิสัยทัศน์ชิงปธ.โอลิมปิคไทย เสนอตั้งกองทุนสมาคมกีฬาปีละ 200 ล้าน
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2508 อายุ 60 ปี จบการศึกษาระดับประถม-มัธยมศึกษา จากเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และอัสสัมชัญพาณิชย์การ จบปริญญาตรี สาขาสาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระดับปริญญาโท สาขา สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ และสาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ 3 ปริญญาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประกอบไปด้วย ปริญญาดุริยางคศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารทั่วไป มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
"คุณหญิงปัทมา" ยังดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี เมมเบอร์) มาตั้งแต่ปี 2017 , รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก (2019) และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2013 นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของธุรกิจที่หลากหลาย อาทิ เหล็กกลุ่มจี สตีล, โรงแรมอโนมา และ โรงแรมเฟลิกซ์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท อีกทั้งยังทำหน้าที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, ประธานอนุกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา และ ประธานคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
คุณหญิงปัทมา ถือว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับวงการกีฬาระดับนานาชาติ และช่วยยกระดับภาพลักษณ์กีฬาไทย รวมถึงมีประสบการณ์การบริหารในวงการกีฬามายาวนาน
ผศ. พิมล ศรีวิกรม์
"บิ๊กเอ" ผศ. พิมล ศรีวิกรม์ เกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2507 ปัจจุบันอายุ 61 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนคลิฟตัน เมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ ระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา และปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา "บิ๊กเอ" ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย (ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 7 สมัย) และประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง อาทิ ประธานกรรมการ บริษัท อุตสาหกรรมพรมไทย จำกัด เป็นกลุ่มธุรกิจปูพื้น เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงสิ่งทอและพรมในรถยนต์ และเป็นกรรมการโรงเรียนศรีวิกรม์ และยังเป็นอาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ส่วนงานด้านการเมือง เคยเป็นอดีตสมาชิกผู้แทนราษฎร พรรคไทยรักไทย กรุงเทพมหานคร เขต 18 ปี 2544 และ 2548 และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย, อดีตที่ปรึกษา รมช.กระทรวงพานิชย์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง,อดีตเลขานุการ รมว.กระทรวงการคลัง,อดีตประธานที่ปรึกษานโยบายด้านกีฬาของพรรคเพื่อไทย, กรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ และ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านกีฬา ในยุคนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน
ผศ.พิมล เข้าใจวงการกีฬา มีทีมงานหลากหลายที่เป็นคีย์แมนของวงการ พร้อมนโยบายชัดเจน มีผลงานต่อเนื่องในการทำงาน
สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม
นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม เกิดเมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม 2501 ปัจจุบันอายุ 67 ปี เป็นประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬามวยสากล และนายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 (2567-2571) โดยนโยบายหลักในการบริหารงานของปี 2568 จะยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเทนนิสทุกระดับอย่างต่อเนื่อง และจะมีการเพิ่มรายการแข่งขันให้มากขึ้น ทั้งสำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่องกว่า 200 รายการ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการแข่งขันภายในประเทศ และระดับนานาชาติ ซึ่งนอกจากบทบาทนายกสมาคมฯ
ส่วนบทบาททางธุรกิจ ยังเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท กรีนเพาเวอร์ปิโตรเลียม จำกัด กรรมการผู้จัดการใหญ่จี พี พี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ถือหุ้น 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท อาร์ เจ เอส ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, บริษัท ไทย ซัพพลาย ลู้บ จำกัด, บริษัท จี พี พี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท กรีนเพาเวอร์ปิโตรเลียม จำกัด, สมูธซี จำกัด และบริษัท อาร์ เจ เอส ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
นายสุชัย มีแนวคิดการระดมทุนจากเอกชน พร้อมจะช่วยลดข้อจำกัดด้านงบประมาณ พร้อมประสบการณ์ในวงการกีฬาที่ยาวนานทำให้เข้าใจปัญหาภายใน
ขั้นตอนกระบวนการเลือกตั้งคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ
สำหรับขั้นตอนการเลือกคณะกรรมการบริหาร และประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ชุดใหม่ ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เวลา 09.30 น. เริ่มจาก ประชุมดำเนินการเลือกประธานการเลือกตั้ง จากนั้นประธานการเลือกตั้ง จะแจ้งต่อที่ประชุมเพื่อให้ลงมติว่า จำนวนกรรมการบริหารชุดใหม่ สำหรับวาระปี 2568-2572 สมัชชาใหญ่ต้องการให้มีจำนวนกรรมการบริหารเท่าไหร่
โดยธรรมนูญข้อบังคับ ข้อ 6.4 กำหนดไว้ว่า มีจำนวน 25 คน (ธรรมนูญข้อบังคับ ข้อ 6.4 เขียนไว้ว่า ณ วันที่ธรรมนูญข้อบังคับฉบับนี้ มีผลบังคับใช้ คณะกรรมการมีจำนวน 25 คน ( วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นวันที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ลงนามประกาศใช้เอาไว้) แต่เนื่องจากข้อ 7.4.4 ของธรรมนูญข้อบังคับเขียนไว่อีกว่า จำนวนกรรมการในคณะกรรมการบริหารต้องไม่เกินจำนวนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งข้อ 4.1.1 กำหนดจำนวนไว้ 37 คน นั่นก็ตีความได้ว่า คณะกรรมการบริหารคณะกรรมการบริหารโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ มีได้ขั้นต่ำ 25 และขั้นสูงสุด 37 คน ซึ่งจะมีจำนวนเท่าใดสำหรับวาระปี 2568 – 2572 เป็นอำนาจของสมัชชาใหญ่จะต้องลงมติกำหนดจำนวนให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการโหวตเลือกคณะกรรมการบริหาร ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา
ในภาคบ่ายจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารที่ได้รับการเลือกตั้งในภาคเช้า เพื่อทำการเลือกคณะผู้บริหาร 16 ตำแหน่ง ตามธรรมนูญข้อบังคับข้อ 6.7 ซึ่งได้แก่ ประธานโอลิมปิค 1 คน รองประธาน 8 คน เลขาธิการ 1 คน รองเลขาธิการ 4 คน เหรัญญิก 1 คน และผู้ช่วยเหรัญญิก 1 คน รวมคณะผู้บริหารที่จะต้องทำการเลือกตั้งในภาคบ่ายนี้จำนวน 16 คน
ในวันเลือกตั้งภาคเช้า สมาชิกสมัชชาใหญ่ของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่จะเข้าประชุม มีจำนวน 4 กลุ่ม รวม ทั้งหมด 49 คน ซึ่งประกอบด้วย สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่เป็นสมาชิกสามัญ 37 คน, ไอโอซีเมมเบอร์ 1 คน (คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล), ผู้แทนนักกีฬาโอลิมปิก 2 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ ปัจจุบันมี 9 คน ทั้งหมด 49 คนนี้ มีสิทธิ์ที่จะลงคะแนนได้ คนละ 1 คะแนน ในการดำเนินการเสนอชื่อกรรมการบริหาร ตามจำนวนที่ที่ประชุม ได้ตกลงร่วมกัน (หากมีการเสนอชื่อ กรรมการบริหารมากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ตอนต้น ให้ที่ประชุมทำการทำการลงคะแนนลับเพื่อให้ครบตามจำนวนที่กำหนด)
สำหรับ 37 สมาคมกีฬาสมาชิกสามัญของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง ประกอบด้วย ขี่ม้าโปโล, ตะกร้อ, สกีและสโนว์บอร์ด, ปัญจกีฬา, รักบี้, ยิงปืน, มวยสากล, บาสเกตบอล, กอล์ฟ, ฮอกกี้น้ำแข็ง, ฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้ง, แฮนด์บอล, เทควันโด, เรือพาย, ไตรกีฬา, เบสบอล, ขี่ม้า, ซอฟท์บอล, ฟันดาบ, มวยปล้ำ, ยกน้ำหนัก, แข่งเรือใบ, จักรยาน, เทเบิลเทนนิส, ลอนเทนนิส, โบว์ลิ่ง, ว่ายน้ำ, ยิงเป้าบิน, ยูโด, ฮอกกี้, ยิมนาสติก, ฟุตบอล, วอลเลย์บอล, แบดมินตัน, กรีฑา, ยิงธนู และปีนหน้าผา